[OPINION] สู้ต่อหรือยอมตาย?! สเปอร์ส ในวันที่ต้องเสียทั้ง "เคน & ซน" - ดูบอลสด เว็บดูทีวีออนไลน์ คมชัด ดูบอลสด ทุกคู่ทุกลีกดัง TV24HD

[OPINION] สู้ต่อหรือยอมตาย?! สเปอร์ส ในวันที่ต้องเสียทั้ง “เคน & ซน”

AnonymovieFebruary 21, 2020

[OPINION] สู้ต่อหรือยอมตาย?! สเปอร์ส ในวันที่ต้องเสียทั้ง "เคน & ซน"

ณ เวลานี้คงไม่มีใครตั้งข้อกังขาอีกแล้วว่า ซน ฮึง-มิน เป็นนักฟุตบอลจากทวีปเอเชียที่มีฝีเท้าเก่งกาจสุดในโลกจริงหรือไม่ เพราะผลงานของเขากับ ​ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พิสูจน์แล้วว่านี่คือเรื่องจริง

ล่าสุด เจ้าตัวสร้างสถิติอันน่าเหลือเชื่ออย่างการเป็นแข้งเอเชียคนแรกที่ยิงได้ถึง 50 ประตูในเวทีฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังผ่านการค้าแข้งให้ทัพไก่เดือยทองไปแค่ 4 ฤดูกาลครึ่ง!

ปัจจุบัน ดาวเตะวัย 27 ปีลงเล่นให้สเปอร์สในลีกไปแล้วทั้งหมด 151 แมตช์ ยิงได้ 51 ประตู นั่นหมายความว่าค่าเฉลี่ยของเขาคือทุกๆ 3 นัดจะต้องซัดได้ 1 ประตู ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาสำหรับคนเป็นปีก แม้จะมีหลายๆนัดถูกดันสูงไปเป็นกองหน้าก็ตาม

f

และที่น่าทึ่งกว่านั้นก็คือ ดาวเตะแดนกิมจิได้ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นคู่หูคนสำคัญของกองหน้าระดับโลกอย่าง แฮร์รี เคน อย่างสมภาคภูมิ เพราะจากที่สื่ออังกฤษแจกแจงสถิติออกมาว่า 5,000 นาทีที่สองคนนี้เล่นร่วมกันในทัพไก่เดือยทอง พวกเขาช่วยยิงรวมกันได้มากถึง 102 ประตูเลยทีเดียว (เคน 64 ลูก / ซน 35 ลูก)

แต่ปัญหาก็คือ หลังจากนี้ โชเซ มูรินโญ จะต้องทำทีมต่อไปจนจบฤดูกาลโดยไม่มีคีย์แมนอย่าง ซน ฮึง-มิน ให้ใช้งานอีกแล้ว เพราะต้องเข้ารับการพักรักษาตัวจากอาการกระดูกแขนหัก ขณะที่ แฮร์รี เคน ซึ่งเจ็บยาวตั้งแต่ก่อนหน้านั้น อาจฟิตกลับมาลงเล่นในช่วงท้ายซีซั่นโน่นเลย

fas

สู้ต่อหรือยอมตาย?

นี่คือคำถามที่ โชเซ มูรินโญ เป็นคนพูดขึ้นมา และมีคำตอบให้ตัวเองเสร็จเรียบร้อยในระหว่างการให้สัมภาษณ์ล่าสุด เมื่อถูกผู้สื่อข่าวตั้งคำถามเกี่ยวกับการสูญเสียซนไปแบบไม่คาดฝัน

“ตอนนี้สเปอร์สอยู่ในสภาพเหมือนคนที่กำลังจะตกจากตึกชั้น 4 แต่สองมือยังจับปลายระเบียงเอาไว้ได้อยู่ ฉะนั้นทางเลือกจึงเหลือแค่ ปล่อยให้ตัวเองตกลงมาตาย หรือตะเกียกตะกายด้วยพละกำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อหาทางเอาชีวิตรอด” เดอะ สเปเชียล วัน กล่าวอย่างมุ่งมั่น ก่อนปิดท้ายไว้แบบมีปริศนาธรรมว่า

“แต่อย่าลืมนะว่าไม่มีอะไรให้เราใช้หยั่งขาเพื่อถีบตัวขึ้นมาได้เลย ต้องพึ่งพาแรงจากแขนล้วนๆ ไม่งั้นก็ตกลงไปตายอยู่ข้างล่างนั่นแหละ”

y

ที่มูรินโญพูดเอาไว้แบบนั้นก็ถือว่าตรงกับข้อเท็จจริงที่ว่า การขาดหายไปของ เคน & ซน พร้อมกันแบบนี้ถือเป็นความเสียหายร้ายแรงขั้นสุดเท่าที่ผู้จัดการทีมคนหนึ่งจะจินตนาการออก เพราะหากนับตั้งแต่ออกสตาร์ทฤดูกาล 2016/17 เป็นต้นมา สไตรเกอร์ทีมชาติอังกฤษยิงให้สเปอร์สไปทั้งสิ้น 117 ประตูทุกรายการ โดยที่ส่วนใหญ่ได้จากการทำแอสซิสต์ของคู่ขาอย่าง ฮึง-มินโอปป้า นั่นเอง

“สถานการณ์แบบนี้เป็นความเลวร้ายที่ผมเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครแก้ไขอดีตได้ ฉะนั้นจึงต้องเดินหน้าต่อไปด้วยทุกอย่างในมือ” มูรินโญให้สัมภาษณ์ถึงอาการบาดเจ็บของซน

“แน่นอนว่าผมเองก็เป็นมนุษย์ปกติธรรมดา ฉะนั้นเรื่องกังวลใจมันเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว เพราะศักยภาพเกมรุกของสเปอร์สจะลดลงจากเดิมค่อนข้างมาก แถมตัวสำรองก็ไม่เหลือสไตรเกอร์ขนานแท้ไว้ให้ใช้งานอีกด้วย”

a

ย้อนกลับไปในเกมที่สเปอร์สบุกชนะแอสตัน วิลล่า ด้วยสกอร์ 3-2 เมื่อไม่กี่วันก่อน ซนมีอาการบาดเจ็บที่แขนแต่เจ้าตัวฝืนเล่นต่อจนยิงได้สองลูก แต่หลังจากนั้นก็ตรวจพบว่ามันร้ายแรงกว่าที่คาดไว้หลายเท่า เพราะกระดูกหักจนต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน

ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากนี้ไป ทัพไก่เดือยทองจะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบไหนบ้าง เพราะการขาดหายไปของสองดาวเตะคนสำคัญ จะส่งผลกระทบต่อรูปเกมของพวกเขาอย่างรุนแรงจนจินตนาการภาพตามไม่ออก

แต่ที่แน่ๆ มันจะเป็นการวัดกึ๋นของกุนซือผู้กล้าหาญอย่าง โชเซ มูรินโญ ด้วยเช่นกัน ว่าเขาจะสามารถพาทีมที่ตัดสินใจฝากอนาคตด้วยก้าวผ่านช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้ไปได้ดีแค่ไหน

n

สุดท้าย ในเมื่อกุนซือชาวโปรตุเกสกล้าที่จะพาตัวเองมาคุมทีมที่ไม่ได้เพอร์เฟ็คท์อย่าง สเปอร์ส แบบเซอร์ไพรส์แล้วยังมาเจอกับเรื่องดวงแตกแบบนี้ เชื่อเถอะว่าคอลูกหนังทั้งโลกจะต้องให้กำลังใจเขาและเหล่านักเตะกันอย่างเต็มที่แน่นอน

หวังว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พร้อมกลับการกลับมาลงสนามได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้งของ แฮร์รี เคน และ ซน ฮึง-มิน