แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ? - ดูบอลสด เว็บดูทีวีออนไลน์ คมชัด ดูบอลสด ทุกคู่ทุกลีกดัง TV24HD

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

adminzOctober 20, 2019
แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยถูกยกให้เป็นทีมเบอร์ 1 ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาเป็นเวลานานภายใต้การทำทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งมันก็คู่ควรที่พวกเขาจะได้รับยศแบบนั้น เพราะพวกเขาเป็นทีมที่เล่นได้ยอดเยี่ยมอย่างคงเส้นคงวา และมีลุ้นแชมป์ทุกรายการ

ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ลิเวอร์พูล เป็นเพียงทีมที่วนเวียนอยู่ในกลุ่ม 4 อันดับแรกเป็นหลัก แม้ว่าจะมีบางฤดูกาลที่พวกเขาได้อันดับ 2 ในลีก แต่พอถึงซีซั่นต่อมาอันดับก็จะแย่ลงทันที อย่างเช่นฤดูกาล 2002-03 ที่เป็นอันดับ 5 หลังจากเป็นรองแชมป์ในซีซั่น 2001-02 และซีซั่น 2009-10 ที่ร่วงกราวไปเป็นอันดับ 7 ทั้งที่ 1 ซีซั่นก่อนหน้านั้นเพิ่งเป็นรองแชมป์ลีกมาหมาดๆ ยังดีที่ช่วงนั้นพวกเขามีแชมป์ฟุตบอลถ้วยติดมือบ้าง โดยเฉพาะแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่น 2004-05

 

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบันมันแทบจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือสำหรับทั้งสองทีม ลิเวอร์พูล กำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มฮอตสุดขีด โดยพวกเขาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ฤดูกาลติดต่อกัน, ได้ถ้วย “บิ๊กเอียร์” เมื่อซีซั่นก่อนไปครอง และตอนนี้ก็นำเป็นจ่าฝูงในลีกด้วย สวนทางกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่จบซีซั่นแบบมือเปล่า 2 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว แถมซีซั่นนี้ยังเพิ่งเก็บได้เพียง 9 คะแนน จากการลงเล่น 8 นัดด้วย

 

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

 

ฟอร์มอันเลวร้ายของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีการเปรียบเทียบกันว่าตอนนี้พวกเขาแทบจะมีสภาพเหมือน ลิเวอร์พูล ในช่วงที่ต้องทนดู “ปีศาจแดง” ครองความยิ่งใหญ่ในเกาะอังกฤษเป็นเวลานาน คำถามที่น่าสนใจก็คือเรื่องนั้นมันมีความเป็นจริงมากแค่ไหน ?

– ผลงานในลีก
กูรูหลายคนมองว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล เป๋ไปพักใหญ่ทั้งที่เคยครองความยิ่งใหญ่ได้เป็นเวลานนานนั้น เป็นเพราะการบอกลาทีมไปอย่างกะทันหันของ เคนนี่ ดัลกลิช ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1991 ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ดัลกลิช พาทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ 3 สมัย, ได้แชมป์ เอฟเอ คัพ 2 หน และไม่เคยจบฤดูกาลด้วยการได้อันดับต่ำกว่าที่ 2 ในลีก

 

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

 

รอนนี่ โมแรน ถูกแต่งตั้งให้เป็นกุนซือชั่วคราวของ ลิเวอร์พูล ก่อนที่ “หงส์แดง” จะให้ แกรม ซูเนสส์ มาคุมทีมแบบถาวรใช่วงเดือนเมษายนของปี 1991 โดยตอนนั้น ซูเนสส์ ได้คุมทีมในลีกไป 5 นัด ซึ่งสุดท้ายแล้ว ลิเวอร์พูล ก็จบฤดูกาล 1990-91 ด้วยการเป็นรองแชมป์ลีก แต่มันก็ยังไม่ได้ถือเป็นการพิสูจน์ฝีมือของ ซูเนสส์ มากเท่าไหร่ จากการที่เขาได้คุมทีมแค่ไม่กี่นัด

 

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

 

ซีซั่น 1991-92 ถือเป็นฤดูกาลแรกที่ ซูเนสส์ ได้คุม ลิเวอร์พูล แบบเต็มซีซั่น และผลงานก็เข้าขั้นงามไส้ เพราะถึงแม้ฤดูกาลนั้น ลิเวอร์พูล จะได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครอง แต่ในลีกพวกเขาจบด้วยการเป็นอันดับ 6 ซึ่งถือเป็นการจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ต่ำที่สุดของสโมสรนับตั้งแต่ที่ได้อันดับ 7 ในฤดูกาล 1964-65 หรือก็คือเป็นการได้อันดับในลีกที่แย่ที่สุดของทีมในรอบ 27 ปี

 

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

 

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ลิเวอร์พูล ก็ยังไม่ฟื้น พวกเขาได้อันดับ 6 อีกครั้งในฤดูกาล 1992-93 โดยซีซั่นนี้ยังมือเปล่าอีกต่างหาก ตามด้วยการเป็นอันดับ 8 ในฤดูกาล 1993-94 ซึ่งในซีซั่นนี้ ซูเนสส์ บอกลาทีมไปในช่วงเดือนมกราคมด้วย โดยที่ รอย อีแวนส์ ได้เข้ามาคุมทีมต่อจากเขา

ในฤดูกาล 1994-95 ซึ่งเป็นซีซั่นแรกที่ อีแวนส์ ได้คุมทีมเต็มฤดูกาลนั้น เขาพาทีมจบด้วยการเป็นอันดับ 4 ในลีก และมีแชมป์ ลีก คัพ ติดมือด้วย โดยตอนนั้นมันก็มีการพูดกันว่า อีแวนส์ อาจจะทำให้ทีมกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ถึงกระนั้น ความเสียหายจากยุค ซูเนสส์ มันก็รุนแรงเกินกว่าที่ อีแวนส์ จะซ่อมแซมได้ เพราะแชมป์ ลีพ คัพ ที่ว่าคือถ้วยแชมป์เพียงถ้วยเดียวที่เขาทำได้กับ ลิเวอร์พูล ขณะที่ในลีกเจ้าตัวก็ไม่เคยพาทีมเป็นแม้กระทั่งรองแชมป์ได้

 

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

 

ช่างเหมือนตลกร้ายที่เหตุการณ์ในช่วงวลานั้นของ ลิเวอร์พูล มันตรงกับที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เจอนับตั้งแต่หมดยุคของ เฟอร์กูสัน จนเหมือนกับฝาแฝดก็มิปาน นับตั้งแต่ เฟอร์กูสัน บอกลาทีมไปในช่วงซัมเมอร์ ปี 2013 แล้วนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ติดท็อปโฟร์เพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ตลอดช่วง 6 ฤดูกาลก่อนหน้านี้

 

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

 

นอกจากนี้ พวกเขาก็ได้แชมป์รายการใหญ่ๆ ในช่วงเวลาดังกล่าวเพียงแค่ 3 รายการ ประกอบด้วยแชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 2015-16 กับแชมป์ ลีก คัพ และแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในซีซั่น 2016-17 ซึ่งแน่นอนว่าความสำเร็จแค่นั้นมันไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับแชมป์ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยคว้ามาได้มากมายก่ายกอง

 

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

 

– การตัดสินใจด้านการเสริมทัพ
หลังจาก ดัลกลิช บอกลา ลิเวอร์พูล ไปแล้วนั้น ยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ก็ทำการเสริมทัพไปในระดับหนึ่ง ซึ่งมันก็มีคนที่ซื้อเข้ามาแล้วทำผลงานได้โดดเด่น อย่างเช่น เจมี่ เร้ดแน็ปป์ และ เจสัน แม็คเคเทียร์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มันก็มีคนที่พวกเขาอุตส่าห์ทุ่มเงินก้อนโตเพื่อเป็นค่าตัว แต่กลับเล่นได้น่าผิดหวังหลายรายเหมือนกัน อย่างเช่น ดีน เซาน์เดอร์ส ที่มีราคา 3 ล้านปอนด์, พอล สจ๊วร์ต เจ้าของค่าตัว 2.5 ล้านปอนด์, ไนเจล คลัฟ ผู้มีค่าตัว 2.5 ล้านปอนด์ และ จูเลี่ยน ดิคส์ ที่มีค่าตัว 2 ล้านปอนด์ ตัวเลขเหล่านี้อาจจะดูน้อยนิดชนิดเหมือนเป็นเศษเงินของเหล่าสโมสรฟุตบอลในปัจจุบัน แต่สมัยก่อนค่าเงินมันต่างกับยุคนี้ ทำให้ค่าตัวของบรรดาแข้งเหล่านี้ถือว่าสูงพอตัวในยุคสมัยนั้น

 

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

 

การซื้อนักเตะที่แทบจะไม่มีประโยชน์กับทีมเข้ามาร่วมทัพถือว่าส่งผลเสียกับ ลิเวอร์พูล หนักขึ้นไปอีก เพราะเดิมทีพวกเขาก็เสียแข้งกำลังหลักบางคนหลังจากที่หมดยุคของ ดัลกลิช ไปแล้ว อย่างเช่น อลัน แฮนเซ่น (แขวนสตั๊ดในปี 1991), สตีฟ แม็คมาฮอน (ย้ายไป แมนฯ ซิตี้ ในปี 1991) และ ปีเตอร์ เบียดส์ลี่ย์ (ย้ายไป เอฟเวอร์ตัน ในปี 1991) เป็นต้น ซึ่งมันก็ทำให้ช่วงนั้น ลิเวอร์พูล โดนตำหนิหนักพอตัว

 

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

 

แน่นอนว่าตรงนี้มันก็เหมือนกับ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังหมดยุคของ เฟอร์กูสัน เช่นกัน พวกเขาทุ่มทั้งค่าตัวก้อนโตและค่าเหนื่อยอันมโหฬารเพื่อเซ็นสัญญากับนักเตะหลายคน แต่ลิสต์รายชื่อพวกที่ล้มเหลวก็ยาวสุดๆ อย่างเช่น อังเคล ดิ มาเรีย, ราดาเมล ฟัลเกา, เมมฟิส เดอปาย, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, อเล็กซิส ซานเชซ และ เฟร็ด เป็นต้น ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์มากมายก่ายกองขนาดนี้มันก็มีส่วนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีสภาพเข้าขั้นโคม่าในปัจจุบัน

– การเปลี่ยนแปลง
ตอนที่ ซูเนสส์ เข้ามากุมบังเหียน ลิเวอร์พูล ในช่วงแรกๆ นั้น เขากำจัดบูทรูมอันลือลั่นของทีมทิ้งไป และเอาแท็กติกแบบของต่างประเทศมาใช้ ซึ่งแน่นอนว่าฟังเผินๆ แล้วมันก็ถือเป็นเรื่องปกติที่คนเป็นกุนซือย่อมอยากให้ทุกอย่างเป็นไปได้ตามความต้องการของตัวเอง แต่มันก็ถือว่า ซูเนสส์ เปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่เร็วเกินไป จนทำให้เกิดการปรับตัวไม่ทัน และส่งผลเสียต่อทีมในระยะยาว

 

แมนฯ ยูไนเต็ด กับการตามรอย ลิเวอร์พูล ยุคอดีต ?

 

แมนฯ ยูไนเต็ด เองก็ทำการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างพอหมดยุคของ เฟอร์กูสัน เช่นกัน ไม่ว่าจะทั้ง มอยส์, ฟาน กัล หรือ มูรินโญ่ ต่างก็พยายามใช้สไตล์ของตัวเองอย่างเต็มที่ น่าเศร้าที่พวกเขาไม่สามารถทำให้นักเตะปรับตัวเข้ากับแผนของตัวเองได้ และพอเปลี่ยนกุนซือไปเรื่อยๆ มันก็ต้องทำให้มาเริ่มต้นกันใหม่อีก จนกลายเป็นการเสียเวลาไปเยอะพอตัว ส่วนตอนนี้ก็ต้องมารอดูว่า โซลชา จะทำให้ทีมเล่นตามแผนที่เขาต้องการได้เมื่อไหร่ ซึ่งถ้ากุนซือชาวนอร์เวย์ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้โดยเร็ว มันก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งก็ได้