แดงเดือดคำรบแรก!แมนยูลุ้น 'แรชฟอร์ด' หลอน,ลิเวอร์พูลจัด 'ซาลาห์' กระชากซัด - ดูบอลสด เว็บดูทีวีออนไลน์ คมชัด ดูบอลสด ทุกคู่ทุกลีกดัง TV24HD

แดงเดือดคำรบแรก!แมนยูลุ้น ‘แรชฟอร์ด’ หลอน,ลิเวอร์พูลจัด ‘ซาลาห์’ กระชากซัด

adminzOctober 20, 2019
แดงเดือดคำรบแรก!แมนยูลุ้น 'แรชฟอร์ด' หลอน,ลิเวอร์พูลจัด 'ซาลาห์' กระชากซัด

ศึกแห่งศักดิ์ศรี “แดงเดือด”…”ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลุ้นให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ระเบิดฟอร์มขุดสกอร์ เกมรับจ่าฝูงไร้พ่ายไร้เสมอนับแต่เปิดลีก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เตรียมจัดต็มสูบแน่นอนโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พร้อมนำถล่มประตู ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 20 ต.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ ID Station, เวลา : 22.30 น.

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562
แมนฯ ยูไนเต็ด   –   ลิเวอร์พูล
ถ่ายทอดสด 
: True Premier HD 1 และ ID Station, เวลา : 22.30 น.

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พา แมนฯ ยูฯ เล่นกระท่อนกระแท่นเหลือเกิน 3 นัดล่าสุดเก็บได้แต้มเดียวฟอร์มก่อนเกมทีมชาติพวกเขาออกไปแพ้ นิวคาสเซิ่ล 0-1 ที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค

ดาบิด เด เคดา โกลมือ 1 เจ็บโคนขาหนีบจากเกมทีมชาติทีแรกคาดว่าน่าจะลงเล่นไม่ได้แน่นอนแต่ล่าสุดมีชื่อเกมนัดนี้ด้วยต้องมาลุ้นกันต่อแต่เชื่อว่าอาจลงเพียงแข้งสำรองเท่านั้น

ขณะที่มิดฟิลด์ตัวเก่งอย่าง ปอล ป็อกบา ซึ่งเจ็บข้อเท้าก็ยังคงไม่สามารถช่วยทีมได้

ทางด้าน เจสซี่ ลินการ์ด, ฟิล โจนส์, ดีโอโก้ ดาโลต์ และ เมสัน กรีนวู้ด ก็ล้วนมีปัญหาทั้งหมดไม่น่าจะลงได้เช่นกัน

นอกจากนี้ อารอน วาน-บิสซาก้า, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ ลุค ชอว์ จะต้องทดสอบความฟิตทั้งหมดด้วย

เจอร์เก้น คล็อปป์ พา ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รักษาสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ได้ 8 เกมมี 24 แต้มเต็มๆ นำโด่งเป็นจ่าฝูงในเวลานี้ โดยฟอร์มล่าสุดก่อนเกมทีมชาติก็คือการเปิดรังแอนฟิลด์ เอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ไป 2-1

หงส์แดง มีลุ้นที่จะได้ อลีสซง เบ็คเกอร์ โกลมือ 1 กลับมาจากอาการเจ็บน่อง ทำให้หายหน้าหายตาไปราว 2 เดือน

นอกจากนี้ยังมีข่าวดีเพิ่มเติมตรงที่ โฌแอล มาติป เซนเตอร์แบ็กตัวหลักที่พลาดการลงเล่นไป 2 เกม น่าจะฟิตทันสำหรับแมตช์นี้ด้วย

โดยทีมยังต้องลุ้นอาการเจ็บเล็กน้อยของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ได้จากเกมชนะ เลสเตอร์ ด้วย แต่ดูแล้วคงไม่มีปัญหาอะไร

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แอชลี่ย์ ยัง – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – อันเดรียส เปเรยร่า, ฆวน มาต้า, แดเนียล เจมส์ – มาร์คัส แรชฟอร์ด
 ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
  ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

เกร็ดเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
– แมนฯ ยูไนเต็ดไร้พ่ายในเกมแดงเดือดตลอด 6 เกมเหย้าหลังสุด รวมถึง 5 นัดในลีก (ชนะ 3 เสมอ 2)
– ลิเวอร์พูลเคยทำสถิติไม่ชนะที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในลีกสูงสุด 10 นัดติดต่อกันระหว่างปี 1991-2000
– แมนฯ ยูไนเต็ดแพ้ลิเวอร์พูลหนเดียวจาก 10 เกมลีกหลังสุด คือออกไปพ่าย 1-3 ที่แอนฟิลด์ ธันวาคมปีที่แล้ว ก่อน โชเซ่ มูรินโญ่ ตกงานในอีก 2 วันให้หลัง
– 4 จาก 6 เกมลีกหลังสุดที่เจอกันลงเอยด้วยผลเสมอ (0-0 สามนัด) เท่ากับจาก 36 นัดก่อนหน้ารวมกัน
– เซร์คิโอ โรเมโร่ มีสถิติคลีนชีต 61% เป็นสถิติดีสุดในบรรดานายทวารที่เล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ดอย่างน้อย 10 นัด
– แมนฯ ยูไนเต็ดต้องการอีก 2 ประตู เพื่อเป็นทีมแรกที่ยิง 2,000 ลูกในพรีเมียร์ลีก
– แมนฯ ยูไนเต็ดไม่ยิงประตูมากกว่านัดละ 1 ลูกตลอด 10 เกมหลังรวมทุกรายการ เป็นสถิติแย่สุดตั้งแต่ปี 2007
– แมนฯ ยูไนเต็ดชนะแค่ 2 จาก 13 เกมลีกหลังสุด (เสมอ 5 แพ้ 6)
– แมนฯ ยูไนเต็ดเก็บแค่ 17 คะแนนจาก 16 เกมลีกตั้งแต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้สัญญาถาวร
– ถ้าแมนฯ ยูไนเต็ดไม่ชนะเกมนี้จะทำให้พวกเขาออกสตาร์ตแย่สุดตั้งแต่ยุค รอน แอตกินสัน ซีซั่น 1986-87 ก่อน อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ากุมบังเหียนแทน
– มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงประตูเฉลี่ยทุกๆ 208 นาทีเวลาเจอทีมท็อปซิกซ์ แต่เพิ่มเป็น 266 นาทีตอนเจอทีมที่เหลือ
– ลิเวอร์พูลขอชนะนัดนี้เพื่อทำสถิติชนะรวดพรีเมียร์ลีกดีสุดตลอดกาลเท่าแมนฯ ซิตี้ทำไว้ 18 นัดระหว่างสิงหาคม – ธันวาคม 2017
– ลิเวอร์พูลมีลุ้นเป็นทีมที่ 4 เท่านั้นที่ออกสตาร์ตด้วยการชนะรวดทั้ง 9 นัดแรกสุด และเป็นสถิติพรีเมียร์ลีกเทียบเท่าเชลซีทำไว้ปี 2005
– ทีมเดียวที่ชวดแชมป์หลังชนะรวด 9 เกมลีกแรกสุดคือแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งจบอันดับ 4 ทั้งที่ซิวชัย 10 นัดรวดซีซั่น 1985-86
– ลิเวอร์พูลชนะแค่ 2 จาก 13 เกมลีกหลังสุดที่ไปเยือนทีมท็อปซิกซ์ ทว่าล่าสุดเพิ่งบุกอัดเชลซี เดือนกันยายนที่ผ่านมา

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน  

24/02/19    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด    0 – 0ลิเวอร์พูล
16/12/18    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล    3 – 1แมนฯ ยูไนเต็ด
29/07/18    ไอซีซี    แมนฯ ยูไนเต็ด    1 – 4ลิเวอร์พูล
10/03/18    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด    2 – 1ลิเวอร์พูล
14/10/17    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล    0 – 0แมนฯ ยูไนเต็ด
15/01/17    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด    1 – 1ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ยูไนเต็ด

06/10/19    แพ้ นิวคาสเซิ่ล 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
02/10/19    เสมอ อัลค์มาร์ 0-0 (เยือน) ยูโรปา ลีก
30/09/19    เสมอ อาร์เซน่อล 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
25/09/19    เสมอ รอชเดล 1-1 (ชนะจุดโทษ 5-3)
(เหย้า) ลีก คัพ
22/09/19    แพ้ เวสต์แฮม 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล
05/10/19    ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
02/10/19    ชนะ ซัลซ์บวร์ก 4-3 (เหย้า) ชปล.
28/09/19    ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
25/09/19    ชนะ มิลตัน คีนส์ 2-0 (เยือน) ลีก คัพ
22/09/19    ชนะ เชลซี 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก