เดอะ เบสต์ ดาร์บี้ ??? - ดูบอลสด เว็บดูทีวีออนไลน์ คมชัด ดูบอลสด ทุกคู่ทุกลีกดัง TV24HD

เดอะ เบสต์ ดาร์บี้ ???

adminzSeptember 4, 2019
เดอะ เบสต์ ดาร์บี้ ???

“นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ คือศึกฟาดแข้งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก เพราะทุกครั้งที่ได้ดู ผมขอบอกว่ามันเป็นเกมฟุตบอลที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก”

นี่คือสิ่งที่ เจมี่ เรดแน็ปป์ พูดถึงการศึกระหว่าง อาร์เซน่อล กับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในขณะทำหน้าที่เป็นนักวิจารณ์ลูกหนัง เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทางช่อง สกาย สปอร์ต ซึ่งจบลงด้วยการเสมอกันไป 2-2 ในเกมที่มีอัตราความเมามันเต็ม 80,000 ตีนถีบ

ด้วยสปีดเกมที่รวดเร็ว ด้วยการเข้าบอลอันหนักหน่วง และมีการถล่มตาข่ายถึง 4 ดอก ทีมเยือนบุกมานำก่อน 2-0 แต่ไอ้ปืนโตเจ้าถิ่นก็ไม่ยอมตายง่ายๆ ทวงคืนได้สำเร็จเป็น 2-2 ท่ามกลางบรรยากาศในสนามที่เดือดดาลดีนักแล กระตุ้นอารมณ์ของนักเตะให้ทะลักจุดแตกได้เหมือนเช่นเคย

…ว่าแล้วอยากให้ทุกท่านดูสถิติในการเซิ้งกันแบบย้อนหลังของคู่นี้ใน 20 นัดล่าสุด เอาเฉพาะในพรีเมียร์ลีกก็พอนะครับ

เดอะ เบสต์ ดาร์บี้ ???

เสมอ 2-2
เสมอ 1-1
อาร์เซน่อล ชนะ 4-2
สเปอร์ส ชนะ 1-0
อาร์เซน่อล ชนะ 2-0
สเปอร์ส ชนะ 2-0
เสมอ 1-1
เสมอ 2-2
เสมอ 1-1
สเปอร์ส ชนะ 2-1
เสมอ 1-1
อาร์เซน่อล ชนะ 1-0
อาร์เซน่อล ชนะ 1-0
สเปอร์ส ชนะ 2-1
อาร์เซน่อล ชนะ 5-2
อาร์เซน่อล ชนะ 5-2
สเปอร์ส ชนะ 2-1
เสมอ 3-3
สเปอร์ส ชนะ 3-2
สเปอร์ส ชนะ 2-1

เดอะ เบสต์ ดาร์บี้ ???

คือจะเห็นได้ว่าสถิติค่อนข้างสูสี และไม่ค่อยมีการต้อนตือกันสักเท่าไหร่ อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายชนะ 6 นัด

สเปอร์ส เป็นฝ่ายชนะ 7 นัด และเสมอกัน 7 นัด โดยมีการยิงรวมกันแบบไม่ผิดกฏหมายมากมายถึง 66 ประตู

ค่าเฉลี่ยกะซวกตาข่ายสูงถึงเกมละ 3.3 ประตู เลยทีเดียว แถมเกมที่ลงเอยด้วยผลเสมอ 0-0 เป็นครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อปี 2009 โน่นครับ

ฉะนั้น & ฉะนี้

หากนับเฉพาะในอังกฤษ

ศึก “นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้” และนาทีนี้น่าจะเป็นสงครามแข้งระหว่างคู่แค้นสำคัญที่สร้างความสะเด่าไปเลยอีน้องให้ท่านผู้ชมมากที่สุด และน่าจะมากกว่า…

เดอะ เบสต์ ดาร์บี้ ???

1. ศึกแดงเดือดระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล ที่จัดเป็น ดาร์บี้ แมตช์ ระดับประเทศ แต่ช่วงหลังๆ ดูจะกลับกลายเป็น “ศึกแดงดับ” ซะมากกว่า เพราะต่างฝ่ายต่างกลัวแพ้เกินไปจึงเล่นกันแบบระมัดระวัง อัตราความเมามันจึงลดน้อยลงไปไม่เหมือนเมื่อก่อน

2. ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่ช่วงหลังๆ แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะสู้เพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญของตัวเองไม่ได้ซะแล้ว (โถ…พ่อคุณ)

3. ศึก เมอร์ซี่ย์ ไซด์ ดาร์บี้ ที่ ลิเวอร์พูล ผูกปีไม่เคยแพ้ เอฟเวอร์ตัน มานานถึง 19 เกมติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 2010 เลยทีเดียว

    ถามว่าทำไม อาร์เซน่อล กับ สเปอร์ส ถึงเป็นคู่แค้นกัน และมันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ???

คำถามแรกตอบง่ายมากครับว่าทั้ง 2 เป็นทีมที่อยู่ในละแวกเดียวกันน่ะซี่ย์ย์ย์

“ไฮบิวรี่” กับ “ไวท์ ฮาร์ท เลน” ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของราชานีอังกฤษ โดยห่างกันแค่ 4 ไมล์เท่านั้นเอง พูดง่ายๆ ว่ามันเป็นไฟต์บังคับของการเป็นเจ้ากรรมและนายเวรที่จุดระเบิดความเคียดแค้นกันมาตั้งแต่ปี 1913 เมื่อพลพรรคปืนโตเลื้อยตูดมาอยู่ที่สนาม “อาร์เซน่อล สเตเดี้ยม” หรือที่ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า “ไฮบิวรี่” มากกว่านั่นแหละ

คือในอดีตอันไกลโพ้น อาร์เซน่อล ไม่ใช่ทีมทางตอนเหนือของ ลอนดอน นะครับ

เดอะ เบสต์ ดาร์บี้ ???

แรกเริ่มเดิมที่ฐานบัญชาการของพวกเขาอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ในแผนที่เมืองหลวงที่เรียกว่า”วูลวิช” (Woolwich) โดยชื่อสโมสรชื่อแรกของ อาร์เซน่อล ฟังแล้วก็รู้สึกจั๊กจี้หัวใจมิใช่น้อย นั่นคือ “ไดอัล สแควร์” ซึ่งตั้งชื่อตามโรงงานแห่งหนึ่งในละแวกนั้น แถมผู้ร่วมก่อตั้งยังเคยเป็นอดีตผู้เล่นของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ พวกเขาจึงใช้เสื้อสีแดงเป็นสัญลักษณ์กระทั่งบัดนี้ ก่อนจะรีบเปลี่ยนชื่อเป็น “รอยัล อาร์เซน่อล” ในปีเดียวกัน

หลังจากนั้นเปลี่ยนมาใช้ชื่อตามถิ่นที่อยู่ของตัวเองว่า “วูลวิช อาร์เซน่อล” โดยในระหว่างปี 1886 ถึง 1913 พวกเขาย้ายบ้านของตัวเองไปเรื่อย ตั้งแต่ พลัมสเตด คอมม่อน, สปอร์ตแมน กราวด์, เมเนอร์ กราวด์,อินวิคต้า กราวด์ แล้วย้ายกลับไปที่ เมเนอร์ กราวด์ อีกครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนชื่อใหม่อีกครั้งเป็น อาร์เซน่อล พร้อมกับย้ายบ้านมาที่ ไฮบิวรี่ ในปี 1913 นั่นแหละ

ส่วน ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เป็นเจ้าถิ่นที่อยู่แถบนั้นมาก่อนในชื่อ “ฮอตสเปอร์ ฟุตบอลคลับ” โดยอาศัยอยู่อย่างมีความสุขมาตั้งแต่ปี 1882

บ้านหลังแรกของพวกเขามีชื่อว่า “ท็อตแน่ม มาร์ชส์” ตามมาด้วย “นอร์ทธัมเบอร์แลนด์ พาร์ค” ก่อนจะมาใช้ “ไวท์ ฮาร์ท เลน” เป็นสนามเหย้าของตัวเองตั้งแต่ปี 1899

    อย่างที่บอก…ความเป็นคู่รักคู่แค้นแบบจริงๆ จังๆ มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่ อาร์เซน่อล ย้ายมาที่ ไฮบิวรี่ นั่นแหละ โดยแฟนบอลของทีมปืนโตเรียกตัวเองว่า “กูเนอร์ส” ซึ่งมาจากคำว่า “กันเนอร์ส” อันเป็นชื่อเล่นของสโมสร ส่วนสมาชิกชมรมคนรักน้องไก่เรียกตัวเองสั้นๆ ว่า “ยิดส์” ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า “ยิว” เนื่องเพราะมีคนเชื่อสายยิวฝักหนอกอยู่แถวนั้นมากมาย

เดอะ เบสต์ ดาร์บี้ ???

อย่างไรก็ตาม

ผู้มาใหม่อย่าง อาร์เซน่อล กลับเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จแบบเกินหน้าเกินตามากกว่า ทั้งในเรื่องของถ้วยรางวัล และผลการแข่งขันที่เจอกันเองจึงสร้างความเจ็บแค้นให้พวก “ยิด อาร์มี่” อย่างจงหนัก

คนข่าวรุ่นอนาล็อกอย่างผมเคยสัมผัสบรรยากาศสดๆ ของศึก “นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้” เป็นจำนวนหนึ่งครั้งสมัยถูกเบื้องบนเนรเทศไปตะบันชีวิตเปื้อนลูกหนังอยู่ที่เกาะมหาสมบัติ โดยเป็นเกมพรีเมียร์ลีกที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน เมื่อฤดูกาล 2002-03

ขอยืนยันว่าบรรยากาศเข้าขั้นนรกแตกนักแล แม้ช่วงนั้น สเปอร์ส จะแพ้ทางคู่แค้นร่วมละแวกของตัวเองอย่างแรง เพราะเล่นไม่ชนะมาตั้งแต่ปี 1999

คริสเตียน ซีเก้ ยิงประตูให้คลับไก่นำ 1-0 ก่อนที่ โรแบร์ ปีแรส จะสังหารจุดโทษตีเสมอให้ผู้มาเยือน หากจำไม่ผิด (ถ้าจำผิดก็ขออภัยด้วย) มันมาจากจังหวะที่ เธียร์รี่ อองรี ถูกทำฟาวล์ในเขตโทษพร้อมข้อหาพุ่งล้มจากแฟนบอลเจ้าถิ่น ซึ่ง “พี่แหนม” นี่แหละคือนักเตะที่พวก ยิด อาร์มี่ อยากเผาบ้านมากที่สุด

เดอะ เบสต์ ดาร์บี้ ???

แต่สิ่งที่ยืนยันถึงความเกลียดชังของ 2 ทีมนี้ ผมกลับพบมันในเกมพรีเมียร์ลีกระหว่าง สเปอร์ส กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนปลายฤดูกาล 2002-03 ที่พลพรรคปีศาจแดงกำลังขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับ อาร์เซน่อล อย่างถึงพริกถึงขิง

เกมนั้นจำได้แม่นยำว่า เกล็น ฮ็อดเดิ้ล ผู้จัดการทีมคลับไก่จัดทีมแปลกๆ แบบมีเลศนัยชอบกล

เมื่อพี่แกส่งนักเตะสายพันธุ์ปลาดิบอย่าง คาซูยูกิ โทดะ ลงสนามเป็นตัวจริงแบบนักข่าวอุทานเป็นสำเนียงคันไซว่า….เอ๋ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์

ที่นั่งนักข่าวใน ไวท์ ฮาร์ท เลน นั้นอยู่ชิดติดขอบสนามเลยทีเดียว ผมจึงมองเห็นเต็มตาว่าดาวเตะทีมชาติญี่ปุ่นที่เพิ่งลงตัวจริงเป็นเกมที่ 2 ในเครื่องแบบของทีมตราไก่ทำหน้าเหมือน “ปลาตาย” เมื่อต้องประจัญบานกับแดนกลางระดับพระกาฬของ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง เดวิด เบ็คแฮม, รอย คีน, พอล สโคลส์ และไรอัน กิ๊กส์

“โทดะ” อยู่ในสนามไม่ครบ 90 นาทีนะครับ เหตุเพราะเล่นไม่ได้ ตอนสับตีนออกมาที่ซุ้มมานั่งตัวสำรองสังเกตเห็นความซีดที่ปากของเขาได้อย่างคมชัดเลยทีเดียวเชียว

สเปอร์ส พ่ายแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแบบสบายๆ เลยนะครับ ด้วยสกอร์ 0-2

เดอะ เบสต์ ดาร์บี้ ???

เปล่า…พวกเขาไม่ได้ล้มบอลหรือสมยอม มันสู้กันไม่ได้ต่างหาก ทว่าดูเหมือนพวก “ยิดโด้” บนอัฒจันทร์ที่ เดอะ เลน ดูจะมีความสุขสันต์กันมิใช่น้อย

แทนที่จะสลดแล้วก่นด่า ก็อดแดมน์ ดั๊มพ์ชิต สปิวปิด แอนด์ มาเธอร์ ฟัคเกอร์ พวกเขากลับร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน

พวก “ยิด อาร์มี่” บนอัฒจันทร์พร้อมใจกันประสานเสียงเป็นทำนองซ้ำๆ กันไป ซ้ำๆ กันมาหลายต่อหลายรอบเหมือนต้องการส่งบางข้อความไปถึงคู่แค้นร่วมละแวกที่กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากว่า…

Are you watching, Are you watching, Are you watching….Arsenal ???

“พวกมึงดูอยู่หรือเปล่า พวกมึงเห็นความปราชัยของเราหรือเปล่า- อาร์เซน่อล ???”

เดอะ เบสต์ ดาร์บี้ ???

ตีความได้ประมาณ…พวกกูแพ้แบบคาถิ่นก็จริง แต่มันกลับเป็นสุข เป็นสุข เป็นสุข สนุกจังเลยที่พวกมึงกำลังจะชวดแชมป์อะไรประมาณนั้น

อืมมมมมม…คุ้นๆ นะ

ประสบการณ์ครั้งนั้น มันสอนให้ผมรู้ว่า…

ความชิบหาย ความบรรลัย ความพ่ายแพ้ และความล้มเหลวของคู่แค้น

มันก็ทำให้เราอุดมด้วยความสุขได้เช่นกัน อิอิอิ