สิ่งที่ ยูไนเต็ด ไม่มี - ดูบอลสด เว็บดูทีวีออนไลน์ คมชัด ดูบอลสด ทุกคู่ทุกลีกดัง TV24HD

สิ่งที่ ยูไนเต็ด ไม่มี

adminzOctober 20, 2019
สิ่งที่ ยูไนเต็ด ไม่มี

ความต่างระหว่างสองทีมใหญ่ของฟุตบอลอังกฤษ ในปัจจุบันมันต่างกันสิ้นเชิง

ลิเวอร์พูล มีโอกาสเดินออกจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันอาทิตย์นี้ ด้วยสถิติชนะติดต่อกัน 18 นัดบนลีกสูงสุดเทียบเท่ากับ แมนฯ ซิตี้

สิ่งที่ ยูไนเต็ด ไม่มี

เจ้าของแชมป์ยุโรป กำลังเล่นได้แบบไหลลื่น และมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายใต้การทำทีมของผู้จัดการทีมคนที่ได้รับการเคารพจากทั่วสารทิศ

แค่ 8 นัดของฤดูกาล พบช่องว่าง 15 คะแนน ที่ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เหนือกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งเริ่มต้นซีซั่นได้เลวร้ายที่สุดในรอบสามทศวรรษ

หลายคนของฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องมองทั้งรายชื่อทีมที่ลงเล่น และทุกคนตรงซุ้มม้านั่งสำรอง ด้วยความอิจฉาในตอนที่ทีมจ่าฝูงเดินลงสนามในเกมเยือน

เรื่องราวมันจะต่างไปจากเดิมมากแค่ไหนถ้าหาก คล็อปป์ ตอบรับไปคุม ยูไนเต็ด

สิ่งที่ ยูไนเต็ด ไม่มี

ตอนที่ ปีศาจแดง ยื่นข้อเสนอให้เขาเมื่อปี 2014

บรรดาแนวรุกของ ยูไนเต็ด ที่ไร้ความเฉียบคมจะเป็นยังไงถ้าเกิดมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ อยู่ในทีม

ถึงกระนั้น สิ่งที่ ลิเวอร์พูล กำลังเบิกบาน และ ยูไนเต็ด กำลังจมทุกข์มากกว่าสิ่งอื่นใดคือ การมีผู้อำนวยการกีฬาที่ชาญฉลาด

  ในโลกแห่งอุดมคติ ยูไนเต็ด ต้องการคนที่เข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของสโมสร เข้ามาทำงานเป็นผู้อำนวยการกีฬาเพื่อช่วยเป็นตัวเชื่อมระหว่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมของพวกเขาที่กำลังเจอกับสถานการณ์กดดันสุดๆ และ เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของทีม เพื่ออุดช่องว่างระหว่างทั้งคู่

แต่ ลิเวอร์พูล ทำแบบนั้นมานานแล้ว และมันก็เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พวกเขากลับมาเป็นทีมชั้นนำได้อีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

การก้าวขึ้นมาสร้างชื่อเรื่อยๆ ของ ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ที่ ลิเวอร์พูล ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ของการมีผู้อำนวยการกีฬาที่มีความเฉลียวฉลาดเพื่อช่วยทำการตัดสินใจที่สำคัญๆ

คนที่มีไหวพริบด้านฟุตบอลแบบ เอ็ดเวิร์ดส์.. คือคนที่ ยูไนเต็ด กำลังต้องการ

สิ่งที่ ยูไนเต็ด ไม่มี

ชายวัย 40 ปีซึ่งอาศัยในเมือง แมนเชสเตอร์ กับภรรยา และลูกสองคน ซึ่ง ลิเวอร์พูล มั่นใจได้เลยว่าเขาจะไม่มองหางานที่ใกล้บ้านในเร็ววันนี้แน่นอน

เกือบ 3 ปีแล้วที่ เอ็ดเวิร์ดส์ ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬา โดย FSG เป็นผู้แต่งตั้ง

ความน่าเชื่อถือของเขาในสายตาของกลุ่มเจ้าของทีมมันกำลังสูงสุดๆ จากการที่ทีมเสริมทัพได้ดีมากๆ จนช่วยให้ทีมมีพัฒนาการที่โดดเด่นเหมือนอย่างทุกวันนี้

ไมค์ กอร์ดอน ประธาน FSG, เอ็ดเวิร์ดส์ และ คล็อปป์ คือ 3 แกนหลักที่อยู่เบื้องหลังการตามล่าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 30 ปี

สิ่งที่ ยูไนเต็ด ไม่มี

มันเป็นโครงสร้างที่ทำงานร่วมกันกับ กอร์ดอน ผู้ซึ่งแบ่งเวลาทำงานระหว่างสองเมืองใหญ่ อย่าง ลิเวอร์พูล และ บอสตัน

  “ไมค์ กอร์ดอน นับถือและยกย่อง ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ มากจนเกือบจะถึงขั้นเป็นการบูชา” แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งของ FSG บอกกับ ดิ แอธเลติค

  “ที่จริงผมกล้าพูดด้วยซ้ำว่าเขาเคารพและยกย่อง ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ มากพอๆ กับที่เขานับถือและยกย่อง เจอร์เก้น คล็อปป์ พวกเขาทั้งสามคนมีพลังและความคิดสร้างสรรค์ที่ดี”

นิสัยของพวกเขาถือเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้พวกเขาทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะทั้งสามคนต่างยินดีรับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย และใช้ประโยชน์จากคนอื่นๆ ภายในทีมอย่างเต็มที่

ทั้งสามคนทำงานโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของสโมสรเป็นหลัก พวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องอีโก้เลย

เอ็ดเวิร์ดส์ ก็เหมือนกับ กอร์ดอน เขาไม่ได้มีโปรไฟล์บนหน้าสื่อสาธารณะเหมือนผู้อำนวยการกีฬาคนอื่นๆ อย่าง มอนชี่ ที่ เซบีย่า หรือ สจ๊วร์ต เว็บเบอร์ ที่ นอริช

เขาไม่มีความอิจฉาใดๆ ต่อ คล็อปป์ ที่ได้เสียงปรบมืออยู่รายล้อม ซึ่งจริงๆ เอ็ดเวิร์ดส์ ก็สมควรที่ได้รับเสียงเหล่านั้นภายใต้งานที่เขาทำไว้เบื้องหลัง

สิ่งที่ ยูไนเต็ด ไม่มี

ฉากในสนาม ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ ไม่นานหลังจาก ลิเวอร์พูล ครองแชมป์ยุโรป สมัยที่ 6 ในเดือนมิถุนายน

คล็อปป์, บรรดาผู้เล่นซีเนียร์ และเหล่าสตาฟฟ์ ไล่ตั้งแต่นักวิเคราะห์วิดีโอไปจนถึงนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ทุกคนต่างขึ้นโพเดี้ยมเพื่อเฉลิมฉลอง

  แล้ว เอ็ดเวิร์ดส์ ล่ะอยู่ไหน?

เขายืนอยู่ด้านหลังเวทีเพื่อถ่ายรูปบรรยากาศอันยิ่งใหญ่ มันเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจสุดๆ สำหรับเขาที่ได้เห็นแฟนบอลมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข

มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่คุณจะหารูปของ เอ็ดเวิร์ดส์ ในค่ำคืนนั้นเจอ เพราะเขาไม่ใช่คนประเภทที่ชอบถือถ้วยแชมป์แล้วเอาแขนโอบไหล่ คล็อปป์ เพื่อถ่ายรูป

เขาเป็นคนประเภทที่ต้องการทำให้มั่นใจว่าคนดูแลชุดแข่งจะได้ถ่ายภาพร่วมกับถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก มากกว่า

ตอนที่ เอ็ดเวิร์ดส์ อยู่ที่ข้างสนามหลังจบนัดชิงชนะเลิศ สิ่งแรกๆ ที่เขาทำคือการเข้าไปปลอบอดีตเพื่อนร่วมงานบางคนที่ ท็อตแน่ม อย่างเช่น แดเนี่ยล เลวี่ ประธานของ สเปอร์ส เพราะเขามองว่าผลงานที่เขาเคยทำได้กับ สเปอร์ส มันมีความสำคัญมากๆ ต่อการพัฒนาความสามารถของตัวเอง

เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่ กรุงมาดริด ในวันนั้น เป็นเรื่องง่ายที่หลายคนมองว่าเขาเป็นคนที่ชอบเก็บตัวอยู่เงียบๆ และอยู่อย่างสันโดษ แต่เหล่าคนที่ทำงานกับเขาในทุกวันจะยืนยันว่าความคิดเหล่านั้นของคนอื่นกับความเป็นจริงมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 “ไมเคิ่ล เป็นคนที่มีความเป็นส่วนตัว แต่เขาน่ะเข้าถึงได้ง่ายมากนะ” หนึ่งในทีมงานที่ เมลวู้ด กล่าวกับ แอธเลติค

  “ผู้คนที่อยู่นอกสโมสรจะมองไม่เห็นหรอก แต่เขาเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน – แม้เขาเป็นคนเด็ดขาดแต่ก็เป็นคนที่มีความเห็นใจผู้อื่น”

“ประตูออฟฟิศของเขา เปิดรับอยู่เสมอ และเขามีบทบาทสำคัญในการทำให้ทุกคนมีความมั่นใจและรู้สึกมีคุณค่า – หลังจากคืนที่ มาดริด เขาตั้งใจว่าทุกคนคือคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จครั้งนั้น”

เอ็ดเวิร์ดส์ เติบและโตที่ เซาธ์แฮมป์ตัน เคยเล่นในทีมสำรองของ ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด จบการศึกษาการจัดการธุรกิจจาก มหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์

สิ่งที่ ยูไนเต็ด ไม่มี

เดิมที เอ็ดเวิร์ดส์ เริ่มวิเคราะห์วิดีโอที่ ปอร์ทสมัธ และอีก 6 ปีหลังจากนั้นเขาก็ถูก สเปอร์ส ดึงตัวไปร่วมงาน ตอนที่ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีม

จากนั้น เดเมี่ยน โคมอลลี่ ก็ดึง เอ็ดเวิร์ดส์ มาที่ ลิเวอร์พูล โดยให้ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายประเมินผล ตอนเดือนพฤศจิกายน ปี 2011

2 ปีต่อมา ก็ได้เลื่อนขั้นเป็น ผู้อำนวยการฝ่ายประเมินผล และต่อด้วย ผู้อำนวยด้านเทคนิค ก่อนที่จะเป็นผู้อำนวยการด้านกีฬา เมื่อปี 2016

อย่างไรก็ตาม

เอ็ดเวิร์ดส์ มีปัญหากับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อยู่บ้าง โดย ร็อดเจอร์ส มองว่า เอ็ดเวิร์ดส์ เป็นคนที่จะทำให้ตัวเองไม่มีอำนาจในการทำทีมอย่างเต็มที่

บางคนคิดว่า เอ็ดเวิร์ดส์ เป็นเพียงนักบันทึกสถิติธรรมดาๆ ขณะเดียวกัน ก็เคยมีภาพที่เขาเดินไปรอบๆ เมลวู้ด ในสภาพที่ถือเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลและแผ่นตารางเยอะจนแทบจะล้นมือ

ซึ่งเขาเป็นมากกว่านั้น..

คล็อปป์ ที่เคยทำงานร่วมกับ มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาของ โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ มักนำข้อมูลของ เอ็ดเวิร์ดส์ มาใช้อยู่เสมอ

  “ไมเคิ่ล มีความรู้เรื่องเกมการแข่งอย่างไม่น่าเชื่อ” อีกหนึ่งทีมสตาฟฟ์ บอกกับ ดิ แอธเลติค

  “เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีม เดฟ ฟัลโลวส์ (หัวหน้าฝ่ายสรรหา) และ แบร์รี่ ฮันเตอร์ (หัวหน้าทีมแมวมอง) ซึ่งพวกเขามักพูดเกี่ยวกับเรื่องข้อมูลชุดที่ดีที่สุดที่เห็นด้วยตาตัวเอง”

“ไมเคิ่ล เล่นใหญ่มากและพูดคุยกับคนอื่นในการอ้างอิงแต่ละคนถึงการเซ็นสัญญาและจับตามองตอนเวลาซ้อม”

เอ็ดเวิร์ดส์ เข้าชมเกมการแข่งขันของ ลิเวอร์พูล น้อยมาก ที่จริงเขาสามารถนั่งยืดอกแบบภาคภูมิใจในบ็อกซ์ของผู้บริหาร และรอรับคำชมจากเหล่าคนที่เห็นเขาในช่วงที่ทีมของ คล็อปป์ กำลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมก็ได้แท้ๆ

แต่เขามองว่าการทำอย่างนั้นมันเหมือนจะเป็นการหลงตัวเองมากเกินไป เขาเชื่อว่าการเดินทางไปรอบโลก, ตามดูเกมต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูล และพบกับผู้อำนวยการกีฬาคนอื่นๆ หรือเอเยนต์รายต่างๆ มันจะเป็นประโยชน์มากกว่าการมานั่งดูเกมในสนาม

ก่อนหน้านี้ เอ็ดเวิร์ดส์ แทบจะไร้ตัวตนจนถึงขั้นจะว่าเป็นบุคคลลึกลับของ เมลวู้ด ก็ว่าได้ บางคนถึงขนาดไม่เข้าใจในตัวเขาแม้แต่นิดเดียว

ตอนที่เขาเป็นผู้อำนวยการด้านเทคนิค มันแทบจะทำให้เขาเป็นเหมือนผู้อำนวยการกีฬาไปโดยปริยายตั้งแต่ก่อนหน้าที่จะได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาอย่างเป็นทางการเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ที่จริงสมัยที่เขาเป็นผู้อำนวยการด้านเทคนิคนั้น เขาก็เกือบจะไม่เป็นที่รู้จักของใครเลย โต๊ะของเขาตั้งอยู่ตรงมุมไกลๆ ของแผนกวางแผนการเสริมทัพ

โต๊ะของเขาอยู่ในออฟฟิศเดียวกับของคนอย่าง ฟัลโลว์ส, ฮันเตอร์ และ เอียน เกรแฮม (ผู้อำนวยการฝ่ายสรรหา) ซึ่งแผนกดังกล่าวก็อยู่ห่างจากใจกลางของ เมลวู้ด มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

สิ่งที่ ยูไนเต็ด ไม่มี

  “หากคุณได้รับข้อเสนอเงิน 1 ล้านปอนด์ เพื่อแลกกับคนๆ หนึ่งที่มีอำนาจสุดในห้อง (ที่มี 4 คน คือ เอ็ดเวิร์ดส์, ฟัลโลว์ส, ฮันเตอร์ และ เกรแฮม ) คุณไม่สามารถที่จะเลือกใครได้เลย” สตาฟฟ์คนหนึ่งกล่าว

คล็อปป์ คิดว่ามันน่าตลกดีที่ เอ็ดเวิร์ดส์ มีท่าทียอมทำทุกอย่างตามที่ คล็อปป์ ต้องการ ในตอนแรกๆ ที่ เอ็ดเวิร์ดส์ ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬา

ซึ่ง คล็อปป์ เองน่าจะสื่อว่าปกติ ผอ.กีฬา มักจะแข็งข้อกับกุนซือ แต่สำหรับ เอ็ดเวิร์ดส์ เขาไม่ได้เป็นอย่างนั้น

 “มานี่เลย คุณเป็นผู้อำนวยการกีฬานะ คุณสร้างทีมนี้ขึ้นมา และทีมนี้ทำให้ผมอยากเข้ามาที่นี่” คล็อปป์ กล่าวกับ เอ็ดเวิร์ดส์

หลังจากได้เป็นผู้อำนวยการกีฬาของทีม ออฟฟิศ ของ เอ็ดเวิร์ดส์ ก็อยู่ตรงข้ามกับของ คล็อปป์

ทั้งคู่เป็นมิตรกันสุดๆ คล็อปป์ เชื่อใจในการตัดสินใจของ เอ็ดเวิร์ดส์ และทั้งสองคนก็ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน

ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่ค่อยไปไหนมาไหนด้วยกันมากเท่าไหร่ ทั้งสองคนมีนัดประชุมกันแบบเป็นทางการน้อยมาก และพวกเขาต่างก็ชอบวิธีที่จะเข้าไปหารือในออฟฟิศของแต่ละฝ่ายมากกว่า

อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็มักจะไปกินมื้อเที่ยงด้วยกันบ่อยๆ และติดต่อหากันผ่านทาง WhatApp เป็นประจำ

แต่ถึงอย่างไร มันมีบางครั้งที่พวกเขาขัดกันบ้าง ซึ่งการที่ เอ็ดเวิร์ดส์ มีนิสัยชอบพูดสิ่งที่อยู่ในหัวแบบตรงไปตรงมาโดยไม่สนอะไรทั้งนั้นคือหนึ่งในสิ่งที่ FSG ชอบในตัวเขา

เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะตอบตกลงกับอะไรก็ขัดกับความคิดของเขา

“พวกเขาอาจจะมีความเห็นไม่ตรงกันถึงเรื่องการต่อสัญญา หรือการวางแผนเรื่องขุมกำลัง แต่ต่อให้จะมีใครไม่ได้สิ่งที่เขาต้องการ พวกเขาก็ไม่เคยรู้สึกเคียดแค้นเลย” แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่งของ เอฟเอสจี ระบุ

 “หนึ่งในจุดเด่นของ ไมเคิ่ล คือการที่เขากล้าคัดค้านกับสิ่งที่ตัวเองไม่เห็นด้วยได้โดยที่ไม่สนกับอะไรทั้งนั้น ถ้าเกิดมันมีความเห็นไม่ตรงกันขึ้นมาแล้วล่ะก็ ไมค์ กอร์ดอน ก็จะเข้ามาจัดการให้มันเรียบร้อย และทำการตัดสินใจกัน ทุกคนเชื่อในมติที่มีการตัดสินใจไปแล้ว พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากๆ”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จในตลาดซื้อ-ขายมากมายจนน่าทึ่ง

ราวๆ 400 ล้านปอนด์ที่ลงทุนไปนับตั้งแต่ คล็อปป์ เข้ามาเมื่อปี 2015 แต่การใช้จ่ายสุทธิอยู่ที่ประมาณ 80 ล้านปอนด์เท่านั้น (หักขายคนเก่าออกไป)

หน้าที่ของ เอ็ดเวิร์ดส์ คือการเจรจาต่อรองและเสนอดีลอย่างเช่น ซาลาห์, มาเน่, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ อลีสซง

นอกจากนี้ เอ็ดเวิร์ดส์ ยังผลักดันอย่างหนักเพื่อที่จะได้มาซึ่งตัว ฟีร์มีโน่ จาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ คนที่ ร็อดเจอร์ส เคยตั้งแง่ไว้เมื่อปี 2015 และความศรัทธาของ เอ็ดเวิร์ดส์ ก็ได้รับกลับคืนมาเป็นอย่างดี

ในการเสนอราคาเพื่อคว้าลายเซ็น นาบี้ เกอิต้า เขาต้องต่อสู้ต่อรองข้อตกลงอันซับซ้อนกับ อาแบร์ ไลป์ซิก จนสุดท้าย เกอิต้า ก็เล่นที่ บุนเดสลีก้า ต่อไปอีก 1 ซีซั่นก่อนจะย้ายมา แอนฟิลด์ เมื่อปี 2018

ไม่ใช่แค่เรื่องการซื้อเท่านั้น การขาย เอ็ดเวิร์ดส์ ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม

ลิเวอร์พูล ส่งมอบ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ให้ บาร์เซโลน่า เมื่อเดือนมกราคม 2018 อย่างที่ทราบกัน เอ็ดเวิร์ดส์ ยื่นคำขาดค่าตัว 142 ล้านปอนด์

ก่อนหน้านั้นเขายืนหยัดเด็ดขาดในช่วงซัมเมอร์ จนสุดท้าย ลิเวอร์พูล ก็ได้เงินจำนวนดังกล่าวกลับมา

ผู้เล่นที่ คล็อปป์ ไม่ได้ใช้งาน เอ็ดเวิร์ดส์ ก็เล่นแร่แปรธาตุได้ค่าตัวมหาศาลกลับคืนมา ยกตัวอย่างเช่น

มามาดู ซาโก้ 26 ล้านปอนด์ ให้ คริสตัล พาเลซ

โดมินิค โซลันกี้ 19 ล้านปอนด์ ให้ บอร์นมัธ

แดนนี่ วอร์ด 12.5 ล้านปอนด์ ให้ เลสเตอร์ ซิตี้

และ แดนนี่ อิงส์ 20 ล้านปอนด์ ให้ เซาธ์แฮมป์ตัน

ตอนที่มีการเรียกร้องให้ ลิเวอร์พูล ซื้อกองหลังคนอื่น หลังจากการไล่ล่าตัว ฟาน ไดค์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2017 ล้มเหลวนั้น เอ็ดเวิร์ดส์ คือคนที่ยืนกรานเสียงแข็งว่าทีมควรจะยอมทนเจอกับความยากลำบากไปก่อน เพื่อที่จะรอดึง ฟาน ไดค์ มาร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคม

มันไม่มีนักเตะคนไหนเลยที่ทีมซื้อหรือขายออกไปโดยที่ขัดกับความต้องการของ คล็อปป์ แต่ กอร์ดอน ก็ตั้งเงื่อนไขเอาไว้เสมอว่าต้องทำให้เขาเชื่อว่าทุกๆ ดีลจะมีตัวเลขที่สมเหตุสมผล

เอ็ดเวิร์ดส์ ยังพิสูจน์ให้เห็นด้วยว่าตัวเองมีความชำนาญในการทำให้บรรดานักเตะดาวดังของ ลิเวอร์พูล ยอมเซ็นสัญญาระยะยาวกับทีม โดยที่ในสัญญาไม่มีเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาใดๆ

 “ไมเคิ่ล ไม่ใช่พวกที่ยอมให้เกิดเงื่อนไขที่งี่เง่าได้” เอเยนต์ที่เมื่อปีก่อนคุยเรื่องต่อสัญญาให้นักเตะของเขากับทาง ลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์กับ ดิ แอธเลติก

  “เขาเป็นคนที่คุณจะต่อรองด้วยได้ยากมากๆ และเป็นคนที่หนักแน่นสุดๆ เขาจะพูดกับคุณแบบตรงไปตรงมา และยึดมั่นอยู่กับความคิดของตัวเอง”

เอ็ดเวิร์ดส์ ซึ่งชอบการปั่นจักรยานและการวิ่งนั้น แทบไม่ค่อยใส่สูทให้คนเห็นเท่าไหร่

โดยปกติเขาจะใส่รองเท้ากีฬา, กางเกงยีนส์ และเสื้อโปโลเวลาอยู่แถว เมลวู้ด

นอกจากทำงานเรื่องการเสริมทัพแล้วนั้น เขายังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการวางแผนทำศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่ของ ลิเวอร์พูล ในย่าน เคิร์คบี้ ที่มีมูลค่า 50 ล้านปอนด์ ซึ่งมันจะเสร็จสิ้นภายในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า

สิ่งที่ ยูไนเต็ด ไม่มี

เขาเป็คนที่ถ่อมตัวมากๆ จนมักจะบอกปัดคำชมที่หลายคนชื่นชมเขาอยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่นถ้าพูดเกี่ยวกับการเซ็นสัญญากับ ซาลาห์ แล้วล่ะก็ เขาก็จะบอกคุณว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดดีลนั้นขึ้นได้ก็คือการที่ ฟัลโล่ว์ส ทำข้อตกลงกับ โรม่า ได้

ส่วนกรณีที่เอา โจ โกเมซ มาจาก ชาร์ลตัน น่ะเหรอ ? เขาก็จะบอกว่าที่ดีลนี้สำเร็จได้มันเป็นเพราะความหนักแน่นของ ฮันเตอร์ ที่ยืนกรานว่าต้องทำดีลนี้ให้ได้

หรือถ้าจะพูดถึงการที่ แฮร์รี่ วิลสัน ทำผลงานได้ดีกับตอนที่ไปเล่นแบบยืมตัว เขาก็จะบอกว่ามันเป็นผลงานชั้นยอดของ จูเลี่ยน วอร์ด (ผู้จัดการฝ่ายการยืมตัวและพันธมิตรด้านฟุตบอล) ที่สามารถหาทีมที่เหมาะสมกับ วิลสัน ได้

เอ็ดเวิร์ดส์ ไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดที่ว่าเขามีความสำคัญอย่างมากในเรื่องการซื้อและขายนักเตะ เขามองว่าตัวเองเป็นเพียงฟันเฟืองอันหนึ่งของเครื่องจักรขนาดใหญ่เท่านั้น

จริงอยู่ เขาอาจจะเป็นแค่ฟันเฟืองตัวหนึ่ง แต่ถือเป็นฟันเฟืองที่มีคุณค่ามากๆ

เอ็ดเวิร์ดส์ เป็นฟันเฟืองที่ทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงอยากจะเอาไปดำเนินการเดินเรื่องเบื้องหลังให้พวกเขา จนถึงขั้นยอมทุ่มสุดตัวเลยทีเดียว