วันที่คล็อปป์ไม่อยู่ (What if..) - ดูบอลสด เว็บดูทีวีออนไลน์ คมชัด ดูบอลสด ทุกคู่ทุกลีกดัง TV24HD

วันที่คล็อปป์ไม่อยู่ (What if..)

adminzAugust 27, 2019
วันที่คล็อปป์ไม่อยู่ (What if..)

ลองหลับตาแล้วนึกถึงวันที่ ลิเวอร์พูล ไม่มี เจอร์เก้น คล็อปป์ ยืนคุมทีมข้างสนามดูครับว่า มันจะเป็นอย่างไรต่อไป..

เหตุผลที่ทำไมต้องคิดเรื่องนี้ คือ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เห็นตามหน้าสื่อที่เขาพูดถึงอนาคตของตัวเองกับ ลิเวอร์พูล ในบริบทที่ทำให้แฟนหงส์แดงไม่อยากจะให้ถึงวันนั้น

  “ผมไม่รู้หรอกว่าในอีก 2-3 ปี จะเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่ามันไม่ได้หมายความว่ามันจำเป็นต้องเกิดขึ้น แต่ถ้าผมเลิกคุมทีมไปจริงๆ พวกคุณก็จะได้ไม่ต้องแปลกใจกับมัน”

วันที่คล็อปป์ไม่อยู่ (What if..)

และเมื่อไม่กี่วันมานี้ เขาก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง  เชิงว่า เขาคงต้องขอเว้นระยะคุมทีมสักพักเพื่อผ่อนคลายความตรึงเครียด

ครับ.. สัญญาที่ผูกกันระหว่างสองฝ่าย จะหมดลงในปี 2022

นั่นเท่ากับว่า เหลือเวลาอีก 3 ปี ที่เราจะได้เห็น คล็อปป์ ในบทบาทกุนซือที่แอนฟิลด์ (ในกรณีที่ไม่ต่อสัญญาจริงๆ)

เข้าใจว่า ด้วยความกดดันและความเครียดที่ คล็อปป์ เก็บเอาไว้ มันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคต เพราะฉะนั้นหากเขาต้องการจะพักจริงๆ ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะไปห้ามเขาได้เลย

แล้วถามว่า หลังจากนั้น จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับทิศทางของ ลิเวอร์พูล..?

ในการบริหารของ FSG พวกเขามีแผนงานเพื่อรองรับผลในระยะยาวไว้ดีอยู่แล้ว

มีศูนย์ฝึกเยาวชนที่ดี ในปีหน้าก็จะมีสถานที่ฝึกซ้อมที่ทันสมัย และกำลังจะมีสนามเหย้าที่รองรับแฟนบอลได้ระดับ 60,000 คน รวมถึงโครงสร้างต่างๆภายในทีมที่ใกล้เคียงระดับเวิลด์คลาส

เรื่องตัวผู้เล่น ทีมชุดนี้คือทีมพลังหนุ่ม ที่สามารถต่อยอด ยืนระยะไปได้อีกอย่างน้อย 4-5 ปี

วันที่คล็อปป์ไม่อยู่ (What if..)

คิดเฉพาะผู้เล่นตัวหลัก ที่มีแนวโน้มจะเป็นตัวหลักของทีมในระยะยาว

  อลีสซง เบ็คเกอร์ ตอนนี้ อายุ 26 บวกอีก 3 ปี อายุ 29

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 20+3 = 23 ปี

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ = 31 ปี

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน = 28 ปี

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน = 32 ปี

ซาดิโอ มาเน่ = 30 ปี

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ = 30 ปี

และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ = 30 ปี

นอกจากนี้ บรรดาดาวรุ่ง ที่พอถึงปี 2022 ก็สุกงอมพร้อมจะก้าวขึ้นยึดทีมชุดใหญ่ อย่าง ควีวิน เคลเลเฮร์(24), เซปป์ ฟาน เดนเบิร์ก (21), คียาน่า ฮูแฟร์ (20), เคอร์ติส โจนส์ (21), ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ (19) และไรอัน บรูวสเตอร์ (23)

วันที่คล็อปป์ไม่อยู่ (What if..)

เห็นได้ว่าทุกตำแหน่ง ลิเวอร์พูล มีผู้เล่นที่รอขึ้นชุดใหญ่ในอนาคตทุกตำแหน่ง

นี่คือสิ่งที่ คล็อปป์ และทีมงานสตาฟฟ์คู่ใจ ปูรากฐานเอาไว้แล้ว ซึ่งผมก็เชื่อลึกๆว่า เขาก็มั่นใจทีมชุดนี้จะยังเดินหน้าต่อไปได้ในวันที่เขาไม่ได้เป็นบอสของเด็กๆเหล่านี้แล้วก็ตาม

 แต่คำถามคือ แล้วใครล่ะจะเข้ามาสืบทอดตำแหน่งนี้ต่อจากเขา..?

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด คือชื่อแรกที่แฟนลิเวอร์พูล นึกถึง

วันที่คล็อปป์ไม่อยู่ (What if..)

และหาก คล็อปป์ อำลาทีมไปในปีนั้นจริงๆ ทุกอย่างมันก็เขียนบทมาให้แล้วว่า ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล คนต่อไปคือ เจอร์ราร์ด เท่านั้น

  ทุกคนรู้ดีว่า วันใดวันหนึ่ง กัปตันผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะกลับมาแน่นอน

แต่มันจะเร็วเกินไปไหม หากมันจะเกิดขึ้นในปี 2022

เวลาอีก 3ปี มันยังพอมีเวลาให้ เจอร์ราร์ด ได้เก็บเกี่ยวเลเวล ถึงตอนนั้น เขาก็จะอายุ 42 กับการได้คุมทีมชุดใหญ่ 4 ปี (หากได้คุมเรนเจอร์สครบสัญญา) ถือเป็นประสบการณ์ที่เยอะพอตัว สำหรับผู้จัดการทีมในวัยเดียวกัน

และที่น่าแปลกใจ เหมือนมีใครมาวางสคริปต์ไว้คือ ปีนั้น(2022) เจอร์ราร์ด จะหมดสัญญากับ เรนเจอร์ส พอดี..!!

ซึ่งตอนที่ คล็อปป์ คุมโบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ ปีแรก ก็อายุแค่ 41 ปี เพียงแต่เขามีประสบการณ์คุมทีมกับ ไมน์ซ มาก่อนแล้ว 7 ปี

อย่างที่บอกไปครับ เส้นทางอาชีพกุนซือของ เจอร์ราร์ด ปูพรหมเพื่อกลับมา ลิเวอร์พูล ไม่ช้าก็เร็ว

ฝีไม้ลายมือที่เคยฝากไว้กับ ทีมชุดยู-18 ลิเวอร์พูล กับ ผลงานที่ผ่านมากับ เรนเจอร์ส ถือว่าทำได้ดีระดับหนึ่ง

วันที่คล็อปป์ไม่อยู่ (What if..)

จุดหนึ่งที่เราเห็นได้จากการทำงานของเจอร์ราร์ด คือเป็นโค้ชที่พร้อมปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆได้ ซึ่งผลงานที่ออกมาคือนำ เรนเจอร์ส กลับไปเป็นทีมหัวแถวของลีกสูงสุดสกอตแลนด์ได้อีกครั้ง

ภารกิจที่เมืองวิสกี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายของเขาเท่าไหร่.. เรนเจอร์ส เพิ่งฟื้นตัวจากภาวะการเงิน ดังนั้นไม่มีทางที่ เจอร์ราร์ด จะได้ซื้อผู้เล่นฝีเท้าดีเข้ามา แต่เขาก็ใช้ทรัพยากรที่มี และตัวที่หยิบยืมจากทีมอื่น มาผสมใช้กันจนเกิดประโยชน์สูงสุด

สมมติอีก 3 ปี สตีวี่ จี ได้เป็นกุนซือ ลิเวอร์พูล เขาก็จะได้เจอกับเด็กๆที่เคยปลุกปั้น พร่ำสอน บ่มแท็กติค อาทิ เบน วู้ดเบิร์น (20), บรูวสเตอร์ และ โจนส์

อีกหนึ่งเรื่องที่ เขาจะมีแน่นอนคือเรื่องบารมี

วันที่คล็อปป์ไม่อยู่ (What if..)

การที่คุณเป็นนักเตะลิเวอร์พูล แล้วคุณไม่รู้สึกดีหรือเคารพในตัว สตีเว่น เจอร์ราร์ด เท่ากับคุณนั้นคือ แกะดำในรั้วแอนฟิลด์

จริงอยู่ จะเอาผลงานตอนเป็นผู้เล่นมาอ้างตอนเป็นผู้จัดการทีม มันไม่ได้แต่ด้วยบุคลิกและมาดความเป็นผู้นำ มันจะซึมซับลงไปในตัวนักเตะเองว่า (ว่าที่)ผู้จัดการทีมคนนี้  เป็นคนที่น่าเคารพแค่ไหน

คนในของทีม ทราบดีครับว่า เจอร์ราร์ด คือคนที่แฟนบอลเรียกร้องมากที่สุด และคนที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมากับเขา ก็จะยิ่งรู้ว่า ไม่มีใครเหมาะสมกว่า เจอร์ราร์ด

  อีกหนึ่งคนที่เชื่อว่า เดอะ ค็อป ก็หวังไว้เล็กๆว่าจะกลับมาคือ ชาบี อลอนโซ่ 

วันที่คล็อปป์ไม่อยู่ (What if..)

คุณชาย เพิ่งขึ้นมาคุมทีมเรอัล โซเซียดาด เบ เมื่อช่วงซัมเมอร์ ซึ่งเขาก็เริ่มต้นจากทีมชุดเด็กเหมือนกับ เจอร์ราร์ด

บีบีซี เพิ่งไปสัมภาษณ์ อลอนโซ่ และยิงคำถามว่า อนาคตสนใจรับงาน ผู้จัดการทีม ลิเวอณ์พูล ไหม?

เขาก็ตอบแบบหลีกเลี่ยงตามสไตล์ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมาก บอกเพียงแค่ว่า มันถึงเวลาที่จะเข้าสู่ยุคผู้จัดการทีมคนหนุ่ม และหวังจะตามรอย เจอร์ราร์ด, มิเกล อาร์เตต้า และ แฟร้ง แลมพาร์ด ดูบ้าง

เป็นเหมือนฝันเลยนะครับ หากในอนาคตเราได้เห็น เจอร์ราร์ด กับ อลอนโซ่ หวนคืนทีมอีกครั้ง

  “กลับมาทั้งคู่เลย ในฐานะอะไรก็ได้”

อย่างไรก็ตาม อีกความกังวลของแฟนๆ คือ คนข้างตัวผู้จัดการทีมคนใหม่…

วันที่คล็อปป์ไม่อยู่ (What if..)

  เราจะยังได้เห็น ปีเตอร์ คราเวียตซ์ ทำหน้าที่เป็นเสมือนดวงตาของผู้จัดการทีมอีกมั้ย ถ้าไม่.. ใครจะมาทำหน้าที่นี้ แล้วมีปรัชญาการทำทีมที่สอดคล้องกัน

ใคร..จะมาเป็นคนที่เก็บรายละเอียดตอนซ้อม แล้วกลั่นกรองข้อมูลส่งตรงให้ผู้จัดการทีม ได้ดี เหมือน เปปิน ลินเดอร์ส

แล้วหากโค้ชประตูคนใหม่เข้ามา เขาจะเป็นที่รักของผู้รักษาประตูในทีม เหมือนอย่าง จอห์น อัชเตอร์เบิร์ก หรือเปล่า

และใคร..จะมาคอยดูแลเรื่องโภชนาการและความฟิต เหมือนสิ่งที่ อันเดรียส คอร์นเมเยอร์ และ เจ๊โมนา เนมเมอร์ ทำไว้

ทุกสิ่งมันเกิดขึ้นได้หมดครับ ไม่ผิดหรอกหากใครจะวิตกหรือมโนกันไปไกล เพราะทุกคนก็มีความเป็นห่วงและรักทีมเหมือนกันทั้งนั้น

ย้ำอีกทีนะครับว่าทุกอย่างที่กล่าวไปมันเป็นแค่เรื่อง สมมติ ที่มันอาจจะเกิดขึ้น หรือไม่อาจเกิดขึ้นก็ได้

ยังไงก็แล้วแต่ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา และ สโมสรๆหนึ่งไม่มีทางจะมีผู้จัดการทีมเพียงแค่คนเดียวไปตลอด

ทุกอย่างเป็นไปตามวัฏจักรของมัน…

วันที่คล็อปป์ไม่อยู่ (What if..)

และหากวันนั้นมาถึง แฟนบอลอย่างเราๆ ก็ทำได้แค่ยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ทำใจให้ได้ แล้วก็เชียร์กันต่อไป

แต่แค่นึกถึงวันที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่ได้อยู่กับ ลิเวอร์พูล แล้ว.. เพียงไม่กี่วิฯ มันก็ทำให้ใจหาย จนต้องเตือนสติตัวเองว่า มันยังไม่เกิดขึ้น