รักและคิดถึง 'แดเนียล สเตอร์ริดจ์' - ดูบอลสด เว็บดูทีวีออนไลน์ คมชัด ดูบอลสด ทุกคู่ทุกลีกดัง TV24HD

รักและคิดถึง ‘แดเนียล สเตอร์ริดจ์’

adminzAugust 22, 2019
รักและคิดถึง 'แดเนียล สเตอร์ริดจ์'

ฤดูกาล 2013/14 คือฤดูกาลที่ผมสนุกกับการดูพรีเมียร์ลีกที่สุดฤดูกาลหนึ่ง

อยู่ในทีมพิธีกรทาง cth ร่วมกับพี่ Jackie และ ยักษ์ ดอยแดง มีพี่ตุ้ม รังสิวุฒิ ชโลปถัมภ์ มาให้มุมมองทุกวันที่มีเกมเตะ

ได้ใกล้ชิดกับพรีเมียร์ลีกมากขึ้นในอีกบทบาทหนึ่งจากที่เคยแปลข่าว เขียนข่าว ปั่นคอลัมน์ลงหนังสือพิมพ์สตาร์ซอคเก้อร์รายวัน

ฤดูกาลนั้นผมมีความสุขมากเพราะไม่เพียงสนุกกับงานที่ทำ หากยังสุขกับผลงานของทีมรักอีกด้วย

ลิเวอร์พูล 2013/14 คือหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของหงส์แดง

มันคือฤดูกาลที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ สำหรับเดอะค็อป เป็นซีซั่นที่ทุกอย่างพุ่งขึ้นถึงจุดพีคจริงๆ

สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับงานปัดกวาดทุกอย่างหน้าแผงหลังที่เขาทำได้อย่างไร้ที่ติ ในวัย 34 ปีและคุณภาพของลูกทีมคนอื่นๆ รอบตัว เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เลือกใช้งานยอดกัปตันอย่างชาญฉลาด

รักและคิดถึง 'แดเนียล สเตอร์ริดจ์'

การอ่านเกมและวิสัยทัศน์ในสนามของสตีวี่จีช่วยแบ่งเบาภาระให้เกมรับของ มาร์ติน สเคอร์เทล กับ แดเนี่ยล แอ๊กเกอร์ ได้มาก ขณะเดียวกันเมื่อมีตัวเชื่อมเป็นผึ้งงานอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ยิ่งทำให้เกมรุกจาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ไหลลื่นไม่ติดขัด

หากที่เป็นทีเด็ดคือคู่หน้า แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กับ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ช่วยกันตะบัน 52 ประตูให้ทีมในลีกซีซั่นนั้น แบ่งเป็นซัวเรซ 31 และสเตอร์ริดจ์ 21

    เดอะค็อปไม่ได้ปลาบปลื้มกับคู่หู SAS แค่เพียงจำนวนประตูเท่านั้นหรอกครับ หากเป็นความตื่นเต้นใจระทึกเมื่อเห็นทั้งคู่อยู่ในสนาม เพราะทุกคนรู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่บอลไปถึงเท้าของสองคนนี้ เมื่อนั้นลิเวอร์พูลได้ลุ้นประตูเสมอ

มันเป็นความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ นะครับ รู้สึกมั่นใจ เชื่อใจ วางใจ ตื่นตัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้าราวกับเฝ้ารอชมการเปิดตัวของนักร้องขวัญใจในคอนเสิร์ตใหญ่

คล้ายๆ กับความรู้สึกยามที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้บอลในซีซั่นแรกสุดของเขาที่ลิเวอร์พูล 2017/18 คือเราต่างสัมผัสได้ว่าเดี๋ยวจะต้องมีอะไรดีๆ จากตีนซ้ายและมันสมองของเขาให้เห็น

รักและคิดถึง 'แดเนียล สเตอร์ริดจ์'

การประสานงานระหว่างซัวเรซกับสเตอร์ริดจ์ ร่วมด้วยการขับเคลื่อนของคูตินโญ่และสเตอร์ลิงทำให้เกมรุกของลิเวอร์พูลชุดนั้นน่าดูเกินบรรยาย

ผมคิดว่าเดอะค็อปส่วนใหญ่คงรู้สึกเหมือนกัน

แน่นอนครับ สุดท้ายแล้วลิเวอร์พูลก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันแต่พวกเขาฝากความทรงจำที่ดีมากๆ เอาไว้ นึกถึงทีมชุดนั้นคราใดหัวใจพองโตทุกที

สภาพร่างกายของ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ฤดูกาลนั้นสมบูรณ์เต็มที่และเป็นกุญแจสำคัญในฟุตบอลของบีร็อด

สเตอร์ริดจ์นั้นเป็นนักเตะจำพวกที่เรียกว่ามีทีเด็ด ทักษะดี เบสิกแน่น ความสามารถเฉพาะตัวยอดเยี่ยม มีเซนส์ของการเล่นเกมรุกอย่างเป็นธรรมชาติ

ฉลาดวิ่ง ฉลาดเลือก ฉลาดตัดสินใจ จมูกไว หาพื้นที่เก่ง และยิงประตูคมกริบ

ในช่วงเวลาที่อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด สเตอร์ริดจ์ก็เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของวงการอีกคน เห็นเขาเล่นแล้วเหมือนทุกอย่างง่ายไปหมด ระริกลื่นราวกับสายน้ำไหลผ่านโตรกหิน

รักและคิดถึง 'แดเนียล สเตอร์ริดจ์'

อ้อนแอ้น พลิ้วไหว แต่ได้สับไกเมื่อไหร่ก็เตรียมใส่สกอร์ได้เหมือนกัน

    เดอะค็อปมีความผูกพันและมีความทรงจำที่ดีกับ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ไม่เพียงผลงานของเขาในฤดูกาลแห่งความทรงจำฤดูกาลนั้นเท่านั้น หากยังเป็นทัศนคติที่เขามีต่อทีมและมีต่ออาชีพ

ในวันที่ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล เขามีอายุ 23 ปี

ในวันที่อำลาลิเวอร์พูล เขามีอายุ 30 ปี

นั่นหมายความว่า ในช่วงอายุที่ดีที่สุดสำหรับนักฟุตบอล แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ฝากมันไว้ที่แอนฟิลด์..

เพียงน่าเสียดายที่เขาถูกอุปสรรคขัดขวางมากเกินไป ปัญหาบาดเจ็บที่รบกวนเหมือนแกล้งทำให้เขาแทบไม่มีโอกาสได้เล่นเต็มฤดูกาลด้วยความสมบูรณ์เลย

7 ฤดูกาลที่ค้าแข้งกับทีม เขาลงสนามทั้งบทบาทตัวจริงและตัวสำรองทุกรายการรวมกันเพียง 160 นัด เฉลี่ยแล้วได้ลงเล่นเพียงฤดูกาลละ 23 นัดเท่านั้น ขณะที่ค่าเฉลี่ยของเกมลีกเขาเล่นให้ลิเวอร์พูลทั้งตัวจริงตัวสำรองรวมกันเพียงซีซั่นละ 17 เกมแค่นั้นเอง

รักและคิดถึง 'แดเนียล สเตอร์ริดจ์'

กระนั้นในภาพที่เราเห็นเขาเป็นประจำก็คือความไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้ เจ็บก็รักษาตัว ทำกายภาพ เรียกความฟิต สมบูรณ์กลับมาเป็นตัวสแตนด์บายของน้องๆ นั่งสวมชุดวอร์มอยู่ข้างสนามรอโอกาสอย่างอดทน และถูกส่งลงสนามบ้างเป็นบางเกมเพื่อพลิกสถานการณ์ตามแท็คติก

ไม่เคยเป็นข่าวประเภททำตัวเป็นปัญหาหรืองอแงเรียกร้องตำแหน่งตัวจริง เขายังเต็มที่อยู่เสมอ ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง แฟนบอล และสโมสร

    ผมคิดว่าคงไม่มีเดอะค็อปคนไหนไม่รัก แดเนียล สเตอร์ริดจ์ จะรักมากรักน้อยก็แล้วแต่ความรู้สึกของแต่ละคน ด้วยความที่ได้เห็นผลงานอันสมบูรณ์แบบที่สุดของเขาในฤดูกาลลุ้นแชมป์ 2013/14 และความมุมานะต่อสู้กับปัญหาบาดเจ็บในช่วงเวลาส่วนใหญ่

ทั้งรัก ทั้งเห็นใจ ในเวลาเดียวกัน

ในวันที่ต้องกล่าวคำอำลา มันก็จุกในอกทั้งที่รู้ล่วงหน้ามาหลายเดือน อยากจะขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทุ่มเทให้

ไม่ได้เกิดที่นี่หรือโตที่นี่แต่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ใส่เต็มที่กับที่นี่ ที่แอนฟิลด์ ที่ลิเวอร์พูล

รักและคิดถึง 'แดเนียล สเตอร์ริดจ์'

จากเมอร์ซี่ย์ไซด์สู่แทร็บซอน.. เมืองริมฝั่งทะเลดำที่อยู่ข้ามไปบนแผ่นดินเอเชีย เลยไปอีกนิดก็เข้า อิหร่าน ซีเรีย อิรัก ได้แล้ว

จากไปครั้งนี้ สเตอร์ริดจ์ห่างบ้าน 4,500 กิโลเมตร แต่มั่นใจเถิดว่า กำลังใจจากแอนฟิลด์จะยังคงส่งไปถึงเสมอ และพร้อมอ้าแขนต้อนรับเขาทุกเมื่อ

ลิเวอร์พูลอาจจะผูกพันกับเมืองอิสตันบูลเป็นพิเศษ หากนับจากนี้ไปเมืองแทร็บซอนคงจะแทรกเข้ามาอยู่ในการติดตามของเดอะค็อปด้วยเช่นกัน

ตุรกีที่เดอะค็อปนึกถึงจะไม่ได้มีแค่อิสตันบูลอีกต่อไป และบางทีผลการแข่งขันของแทร็บซอนสปอร์อาจมาก่อนบรรดาตัวแทนทั้งหลายแห่งอิสตันบูลเสียอีกทั้ง กาลาตาซาราย เฟเนร์บาห์เช่ และเบซิคตัส

You’ll never walk alone แดเนียล สเตอร์ริดจ์..

ขอให้โชคดี ไม่มีปัญหาบาดเจ็บ ยิงระเบิดเถิดเทิงและได้เซิ้งบ่อยๆ เดอะค็อปก็จะพลอยเป็นสุขไปกับคุณด้วย