'บ๊อบบี้ ดันแคน' อนาคตที่เลือกเอง | ดูทีวีออนไลน์ เว็บดูทีวีออนไลน์ คมชัด ดูบอลสด ทุกคู่ทุกลีกดัง TV24HD TV Online

‘บ๊อบบี้ ดันแคน’ อนาคตที่เลือกเอง

adminzSeptember 4, 2019
'บ๊อบบี้ ดันแคน' อนาคตที่เลือกเอง

สโมสรลิเวอร์พูลวางตัวชัดเจน ไม่ลงไปทะเลาะกับเอเยนต์ส่วนตัวของ บ๊อบบี้ ดันแคน ด้วย..

เรื่องนี้คืออนาคตของเด็กคนหนึ่ง เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตนักฟุตบอลคนหนึ่ง ห่วงตรงนั้นและพุ่งความสนใจไปที่จุดนั้น หาวิธีการและทางออกที่เหมาะสมที่สุดร่วมกันดีกว่า

เป็นจุดยืนของผู้ใหญ่ ผู้ที่ถือสัญญาอยู่ในมือและถูกตอแยให้ฉีกสัญญานั้น

ลิเวอร์พูลเข้าใจกลไกของสิ่งเร้า อ่านสถานการณ์ออกและยอมยืดหยุ่น ถ้าเอาอีโก้นำร่องยึดสัญญาที่ยังเหลืออยู่อีก 2 ปีเอาไว้ก็ได้ แต่มันจะไม่มีประโยชน์กับใครเลยนอกจากความสะใจ

สุดท้ายสโมสรไม่เสียหายหรอกครับ ตัวนักเตะต่างหากที่ลำบากเพราะพฤติกรรมด้านลบของตัวเองและเอเยนต์ส่วนตัวกระจายเป็นวงกว้างไปแล้ว แต่ลิเวอร์พูลเลือกทำในสิ่งที่ควรจะทำ เปิดใจให้เจรจาหาข้อสรุปโดยยึดเงื่อนไขจากสภาวะล่าสุดเป็นตัวตั้งแล้วพูดคุยต่อยอดจนได้จุดลงตัวสำหรับทุกฝ่าย

ฟิออเรนติน่าได้ดาวรุ่งที่หลายทีมหมายปองในราคาแค่ 1.8 ล้านปอนด์

ดันแคนได้โอกาสเติบโตในสภาพแวดล้อมใหม่สมความตั้งใจ

ลิเวอร์พูลได้ส่วนแบ่ง 20 เปอร์เซนต์ในการขายดันแคนในอนาคต

'บ๊อบบี้ ดันแคน' อนาคตที่เลือกเอง

ผมใช้คำว่าเป็นจุดที่ลงตัวสำหรับทุกฝ่ายเพราะไม่คิดว่ามันจะเป็นข้อเสนอที่วิน-วินหรือได้ประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย อันที่จริงดีลนี้ลิเวอร์พูลเสียประโยชน์กว่าใครเนื่องจากมูลค่าของดันแคนนั้นยังตีค่าไม่ได้ทางการตลาด และเอาเข้าจริงมันควรจะมากกว่านั้นมาก

มันมีแนวโน้มเป็นอย่างนั้น จากการเป็นดาวรุ่งที่ผ่านการปลุกปั้นจากระบบอะคาเดมี่อันขึ้นชื่อของทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้และลิเวอร์พูล มีฝีเท้าในระดับพรสวรรค์ มีแคแร็กเตอร์โดดเด่น และยังมีเรื่องราวที่ขายได้ทั้งการเป็นญาติของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เป็นสเกาเซอร์ เป็นเดอะค็อป ทำให้เขามีคุณสมบัติเพียบพร้อมในการที่จะเป็นที่รักของแฟนบอล

    ลิเวอร์พูลมองเด็กหนุ่มคนนี้เป็นอนาคตของทีม แม้ไม่อาจการันตีตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ให้เขาได้เช่นเดียวกับเด็กดาวรุ่งคนอื่นๆ แต่เขาอยู่ในลำดับต้นๆ ของการจับตามอง

เพียงปัญหาที่เกิดขึ้นคือเอเยนต์และตัวดันแคนไม่ได้เห็นอย่างเดียวกัน หากรู้สึกว่าพวกเขาเป็นฝ่ายถูกกระทำ

มารู้ตัวอีกที ลิเวอร์พูลก็โดนทวิตเตอร์ของ ซาอิฟ รูบี้ เอเยนต์ของเด็กหนุ่มเล่นงานเสียแล้ว

'บ๊อบบี้ ดันแคน' อนาคตที่เลือกเอง

ทวีตของรูบี้คือตัวเร่งที่ทำให้การแยกทางเกิดขึ้น เข้าใจว่าในสถานการณ์เดิมนั้นลิเวอร์พูลยังต้องการให้ดันแคนอดทนและพยายามพิสูจน์ตัวเองต่อไป อย่างน้อยก็จนกว่าสัญญาระหว่างกันที่เหลืออยู่ 2 ปีจะหมดลง ซึ่งคงจะเป็นเช่นเดียวกับที่สโมสรต้องอธิบายกับเด็กดาวรุ่งคนอื่นๆ ที่เริ่มไม่แน่ใจในอนาคตของตัวเอง

    สุดท้ายแล้วเรื่องของ บ๊อบบี้ ดันแคน ก็จบลง มันไม่ใช่การจบลงด้วยดีเท่าไหร่หรอกครับสำหรับเดอะค็อป ชื่อของนักเตะคนนี้อีกไม่นานก็คงจะจางหายไปจากความทรงจำ เขาอาจจะแจ้งเกิดเต็มตัวที่ฟลอเรนซ์หรือทีมอื่นๆ ก็ได้ แต่ก็แค่ยินดีด้วย เพราะสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างกันขาดสะบั้นไปแล้ว

ผมคิดว่ากรณีของดันแคนนั้นพูดยาก ด้วยความที่เรื่องนี้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าคุณควรทำอย่างไร เพราะการจะประสบความสำเร็จในชีวิตนักฟุตบอลอาชีพได้นั้นมีเงื่อนไขและองค์ประกอบมากมายจริงๆ

เรื่องเดียวกันอาจใช้ได้ผลกับเด็กคนนี้ แต่ไม่ได้ผลเลยกับเด็กอีกคนก็ได้ บางคนใจร้อนแล้วพัง บางคนใจร้อนแล้วรุ่ง บางคนอดทนแล้วเปรี้ยงปร้าง บางคนอดทนแล้วเงียบหายไปเลย..

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ปอล ป๊อกบา

'บ๊อบบี้ ดันแคน' อนาคตที่เลือกเอง

ป๊อกบาก็เคยใจร้อนคล้ายๆ กัน เขาทิ้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปอยู่กับยูเวนตุสเพราะคิดว่ายูไนเต็ดมองไม่เห็นคุณค่าของเขา

สถานการณ์คล้ายๆ กับที่เกิดขึ้นกับดันแคนนี่แหละ ต่างกันตรงที่ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ส่วนตัวของป๊อกบาไม่ได้ทิ้งระเบิดใส่สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างที่รูบี้ทำ แต่ย้อนกลับไปตอนนั้นก็เป็นข่าววุ่นวายอยู่พอสมควรเนื่องจาก เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หัวเสียมากที่ทีมต้องเสียเพชรเม็ดงามไป

    มันคือจังหวะชีวิตที่เหลื่อมกัน เฟอร์กี้และแมนฯ ยูไนเต็ดอยากให้ป๊อกบาอดทน รออีกสักปีเอ็งได้ขึ้นมาแน่ๆ แต่ป๊อกบาและไรโอล่าไม่ได้คิดอย่างนั้น เขามั่นใจว่ามันถึงเวลาแล้ว รอไม่ได้แล้ว

เวลานั้น ปอล ป๊อกบา อายุแค่ 19 ปี มากกว่าดันแคนในเวลานี้เพียงปีเดียว

ไม่มีใครรู้ว่าถ้าเขาเลือกอดทนรอต่อไปจะเป็นอย่างไร ปีนั้นคือฤดูกาลสุดท้ายของเฟอร์กี้ก่อนวางมือเสียด้วย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วแน่ๆ คือการตัดสินใจครั้งนั้นถูกต้อง เพราะเขาเปล่งประกายสุกใสกับยูเว่และได้ขึ้นชั้นเป็นนักเตะเวิลด์คลาสสมกับพรสวรรค์ที่มี

'บ๊อบบี้ ดันแคน' อนาคตที่เลือกเอง

กระนั้นก็อย่างที่บอกนั่นล่ะครับ มันไม่มีสูตรสำเร็จเลยสำหรับชีวิตนักฟุตบอล มันมีแต่ความเสี่ยง เสี่ยงมาก เสี่ยงน้อย หรือเสี่ยงพอดีๆ ดาวรุ่งที่เลือกทำอย่างป๊อกบาแต่ไปไม่รอดก็มีมากมาย

    ในภาพที่อยู่อีกฝั่งของป๊อกบา ไรอัน กิ๊กส์, เดวิด เบ็คแฮม, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, จอห์น เทอร์รี่, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, หรือ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ต่างก็เป็นตัวอย่างที่ดีของความอดทนและการรอคอยโอกาส

ต้องต่อสู้กับความมั่นใจที่ถูกบั่นทอน ฟาวเลอร์เพิ่งจะเขียนลงคอลัมน์ของตัวเองในหนังสือพิมพ์เดลี่มิร์เรอร์ว่าเขาเองก็ต้องผ่านความอดทนมามากกว่าโอกาสจะมาถึง

ในวัย 17 ปีฟาวเลอร์เป็นดาวยิงร้อนแรงในทีมเยาวชนและถูก แกรม ซูเนสส์ ใส่ชื่อในทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลในเกมเอฟเอคัพนัดรีเพลย์กับโบลตันเมื่อเดือน ม.ค. ปี 1993

เกมนั้นเขาไม่ได้ถูกส่งลงสนาม แต่ฟาวเลอร์ยังมั่นใจว่าอีกไม่นานโอกาสก็จะมาถึง เขารออยู่ 4 เดือนก็ถูกซูเนสส์ดึงไปร่วมทีมชุดใหญ่อีกครั้งในเกมปิดฤดูกาลกับสเปอร์ส

'บ๊อบบี้ ดันแคน' อนาคตที่เลือกเอง

เกมนั้นทีมหงส์แดงไล่ถล่ม 6-2 แต่ฟาวเลอร์ก็ไม่ได้ลงเล่นอีกทั้งๆ ที่มันน่าจะเป็นโอกาสที่ซูเนสส์จะได้มอบประสบการณ์ในเกมพรีเมียร์ลีกให้กับเด็กที่เป็นอนาคตของทีม

ฟาวเลอร์บอกว่าเขาผิดหวังมาก แต่ก็ไม่เคยมีความคิดเรื่องย้ายทีมอยู่ในหัว ยิ่งเรื่องปล่อยให้เอเยนต์ส่วนตัวออกมาโจมตีสโมสรผ่านสื่อนี่ไม่เคยมีเลย เขาไปพักผ่อนช่วงปิดฤดูกาล พอเปิดฤดูกาลก็กลับมายิงระเบิดในทีมสำรองต่อ

แล้วในเดือน ต.ค. ปีเดียวกัน โอกาสก็มาถึงเขาจริงๆ มันคือเกมลีกคัพรอบแรกนัดแรกที่บุกชนะฟูแล่ม 3-1 ซึ่งฟาวเลอร์ใช้โอกาสที่ได้มาอย่างคุ้มค่าด้วยการทำประตูแรกในชุดหงส์แดงได้ทันที (ตามมาด้วยการเหมาทั้ง 5 ลูกในชัยชนะ 5-0 เกมนัดสองที่แอนฟิลด์)

ฤดูกาลนั้นฟาวเลอร์ตะบัน 18 ประตูในทุกรายการ น้อยกว่า เอียน รัช ดาวซัลโวของทีมเพียงประตูเดียว และหลังจากนั้นก็เป็นตำนานเดอะก๊อดที่เรารู้ดี

ผมยังคิดว่ากรณีของป๊อกบานั้นเป็นทางเลือกที่เสี่ยงกว่ามาก การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมโดยฉับพลันสำหรับเด็กที่ยังเป็นดาวรุ่งนั้นเป็นเรื่องเสี่ยง เพราะทุกอย่างเปลี่ยนใหม่หมด บรรยากาศเปลี่ยน คนดูแลเปลี่ยน เพื่อนร่วมทีมเปลี่ยน

หลังจากนี้ บ๊อบบี้ ดันแคน จะพบกับชีวิตที่ยุ่งยากกว่านักฟุตบอลวัยเดียวกันคนอื่นๆ เพราะเขากลายเป็นจุดสนใจไปเสียแล้ว ผลงานจะดีหรือแย่ที่ฟลอเรนซ์ก็มีแต่คนเฝ้าดู อยากจะเห็นว่าเขาเป็นอย่างไร

'บ๊อบบี้ ดันแคน' อนาคตที่เลือกเอง

คำแนะนำที่น่าคิดของฟาวเลอร์ที่มีต่อน้องก็คือ จงขอโทษซะ ขอโทษสโมสรอย่างจริงใจ และถ้าจะให้ดีก็ไล่เอเยนต์ตัวแสบออกไปจากชีวิตเอ็งด้วย

ฟาวเลอร์ไม่ได้บอกว่าดันแคนเลือกทางเดินผิด แต่วิธีการที่เขาทำออกมาเพื่อที่จะได้เลือกทางเดินนั้นต่างหากที่ผิด มันไม่เหมาะสมเลยกับการเรียกร้องแบบนั้นในขณะที่ตัวเองยังมีสัญญาเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรอีก 2 ปี จะเพราะได้รับการสนับสนุนจากใครไม่รู้หรอก แต่มันไม่ถูกต้อง

ฟาวเลอร์บอกว่าถ้าดันแคนขอโทษ ความตึงเครียดที่เขาได้รับจะผ่อนคลายลงมาก

เดอะค็อปคงไม่ได้ให้อภัยเขาทั้งหมดทุกคนหรอกครับ แต่ใครจะเข้าใจหรือให้อภัยกี่คนนั้นไม่สำคัญเท่าความสบายใจของตัวเอง

หากขอโทษอย่างจริงใจ ก็คล้ายกับยกเอาความไม่สบายใจออกไปจากตัว เราเป็นคนสร้างปัญหา เราก็ต้องเป็นคนแก้ปัญหา ส่วนแก้แล้วใครจะยังเกลียดหรือเลิกเกลียดคงไม่อาจบังคับกันได้

'บ๊อบบี้ ดันแคน' อนาคตที่เลือกเอง

ขอเพียงรู้สึกเสียใจอย่างจริงใจ และขอโทษจากใจจริง

ส่วนที่น่าเป็นห่วงสักหน่อยก็คือ ซาอิฟ รูบี้ นั่นแหละ เพราะการที่รูบี้ทวิตโจมตีสโมสรแบบนั้นแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะที่ค่อนข้างมีปัญหา เขาไม่ฉลาดในการเลือกวิธีการเนื่องจากทำให้ความกดดันและผลเสียหายไปตกอยู่กับเด็กที่เขาดูแลอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้น

เด็กดาวรุ่งสักคนแค่ประคับประคองตัวเองให้อยู่รอดในสภาวะแข่งขันปกติเพื่อขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ก็เลือดตาแทบกระเด็นอยู่แล้วนะครับ จะไปเพิ่มความกดดันและแรงเสียดทานให้มากขึ้นอีกทำไม

ดันแคนจะยอมให้คนแบบนี้มาแนะนำเขาไปตลอดน่ะหรือ

    ลิเวอร์พูลเคยเป็นความฝันของ บ๊อบบี้ ดันแคน

การที่เด็กคนหนึ่งยอมตัดใจจากที่ที่เป็นความฝันทั้งที่พาตัวเองมาอยู่ท่ามกลางความฝันนั้นได้แล้วคงต้องมีรายละเอียดที่ลึกซึ้งและซับซ้อนประกอบกันอยู่มากมาย

'บ๊อบบี้ ดันแคน' อนาคตที่เลือกเอง

แน่นอนครับเขาคงไม่ได้ตัดสินใจแค่ชั่ววูบ การหันหลังให้ความฝันอย่างนี้ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ และคงไม่ได้ใช้อารมณ์นำทุกอย่างไปเสียทั้งหมด

กระนั้นคำแนะนำจากคนที่เขาเชื่อนั้นสำคัญอย่างยิ่ง ยิ่งในช่วงเวลาที่กำลังสับสนคำแนะนำนั้นก็ยิ่งสำคัญเป็นทวีคูณ

อยู่ที่เขาจะได้รับคำแนะนำอย่างไร..

ไม่มีใครรู้อนาคตหรอกครับ สุดท้ายแล้วก็ต้องปล่อยให้เวลาเป็นผู้ให้คำตอบกับเราเหมือนเคย

สำหรับ บ๊อบบี้ ดันแคน นั้นเมื่อเขาโตขึ้นกว่านี้ก็คงจะเข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้นกว่านี้ว่าฝีเท้าที่ดีอาจไม่สำคัญเท่าทัศนคติที่ดี และในสังคมฟุตบอลยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าฝีเท้ามากนัก

เพียงแต่ทัศนคติที่เขาและคนข้างตัวมีในเวลานี้ ทำให้เขาต้องหันหลังให้กับความฝันของตัวเอง.. ในเวลาที่ยังไม่ทันจะได้พิสูจน์อะไรเลย ผมคิดว่ามันน่าเสียดาย

    ตังกุย