กำไรแล้ว2แต้ม - ดูบอลสด เว็บดูทีวีออนไลน์ คมชัด ดูบอลสด ทุกคู่ทุกลีกดัง TV24HD

กำไรแล้ว2แต้ม

adminzSeptember 24, 2019
กำไรแล้ว2แต้ม

วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2019

นั่นคือวันสุดท้ายที่ลิเวอร์พูล ยิงประตูไม่ได้ ยิงได้น้อยกว่าสองลูก และ.. ไม่ชนะ ในพรีเมียร์ลีก

เสมอเอฟเวอร์ตัน 0-0 ที่กูดิสัน พาร์ค สองคะแนนสำคัญที่พลาดไปส่งผลต่อเนื่องถึงโอกาสเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 29 ปีในบั้นปลาย

หากนับจากนั้นเป็นต้นมา ตลอดสามสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม ตลอดเดือนเมษายน พฤษภาคม ไล่มาจนเปิดฤดูกาลใหม่สิงหาคม และสามสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน หงส์แดงยังไม่เจอกับสถานการณ์อย่างเดิมอีกเลย

ยิงประตูไม่ได้ ยิงประตูได้น้อยกว่าสองลูก และ.. ไม่ชนะในพรีเมียร์ลีก

9 นัดสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูลชนะรวดโดยยิงได้มากกว่าหนึ่งประตูทุกเกม

6 นัดแรกของฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลก็ชนะรวดโดยทำประตูได้มากกว่าหนึ่งลูกทุกเกมเช่นกัน

ลิเวอร์พูลชนะในเกมลีกมา 15 นัดติดต่อกันแล้ว สร้างสถิติใหม่ไปเรียบร้อยแล้วหนึ่งสถิติคือชนะรวดด้วยการยิงมากกว่าหนึ่งประตูทุกเกมติดต่อกันนานที่สุด

ยิงห้าประตู 1 เกม ยิงสี่ประตู 2 เกม ยิงสามประตู 5 เกม ยิงสองประตูอีก 7 เกม.. และมันยังนับต่อไป

กำไรแล้ว2แต้ม

ด้วยสถิติชนะรวด 15 นัดยังทำให้เริ่มมีการพูดถึงการทำลายสถิติพรีเมียร์ลีกชนะ 18 นัดติดต่อกันที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยทำเอาไว้แล้วเช่นกัน

ทีมเรือใบสีฟ้าสร้างสถิติดังกล่าวในฤดูกาล 2017/18 เริ่มนับ 26 สิงหาคม 2017 สิ้นสุด 27 ธันวาคม 2017 มันเกิดขึ้นภายในฤดูกาล ขณะที่ลิเวอร์พูลนับต่อเนื่องระหว่าง 2 ฤดูกาล

จะทำลายสถิติที่ว่าของซิตี้ ลิเวอร์พูลต้องชนะในอีก 4 นัดข้างหน้า

แน่นอนครับการเป็นแชมป์สำคัญกว่าการทำลายสถิติ เป้าหมายอันดับหนึ่งย่อมเป็นการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดให้ได้หลังจากรอคอยมาเข้าสู่ปีที่ 30 แต่การวางเป้าหมายระยะสั้นเอาไว้ที่การทุบสถิติชนะรวดของแมนเชสเตอร์ ซิตี้นั้นก็มีประโยชน์ไม่น้อย

อย่างแรกสุดคือถ้าทำได้ย่อมเพิ่มโอกาสที่จะเป็นแชมป์ให้มากขึ้นไปอีกเพราะหมายความว่าเกมจะผ่านไปอีก 4 นัดโดยที่ลิเวอร์พูลเก็บคะแนนเรียบไม่ปล่อยให้หลุดมือเลย ช่องว่างกับรองจ่าฝูงอย่างซิตี้ที่มีอยู่ 5 คะแนนเวลานี้อย่างน้อยจะยังอยู่ต่อไปแน่และอาจจะถ่างออกไปมากขึ้นในกรณีที่แชมป์เก่าพลาด

กำไรแล้ว2แต้ม

อย่างที่สองคือเป็นการเสริมแรงมุ่งมั่นภายในทีม เหมือนได้รับมอบหมายภารกิจพิเศษที่น่าตื่นเต้นเพิ่มเข้ามา ขึ้นชื่อว่าทำลายสถิติมันน่าหอมหวานเสมอ และนั่นจะทำให้ 4 เกมข้างหน้าของหงส์แดงเต็มไปด้วยแรงจูงใจที่จะเอาชนะ

อย่างที่สามคือการรักษาโมเมนตัมที่ดีต่อไป ทีมยังคงเดินหน้าชนะอย่างต่อเนื่องเครื่องยนต์ไม่สะดุด ความยอดเยี่ยมของแมนฯ ซิตี้ที่โกย 198 คะแนนตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาบอกให้รู้ว่าถ้ามีโอกาสหนีคุณต้องหนีพวกเขาให้ไกลที่สุด ถ้ามีโอกาสเก็บคะแนนคุณต้องเก็บมันให้ได้มากที่สุดไม่ปล่อยให้หลุดมือเด็ดขาด

อย่างที่สี่คือโยนความกดดันให้คู่แข่ง ถ้าคุณต้องเจอกับทีมที่เล่นอย่างไรก็ชนะ เกมอึดอัดอย่างไรก็หาวิธีการเก็บสามคะแนนได้ เอาตัวรอดจากสภาวะคับขันด้วยการเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อยู่ตลอด คุณก็อาจจะท้อและกดดันอยู่บ้าง เหมือนการวิ่งตามหลังผู้นำที่ไม่มีวี่แววว่าจะหมดแรง แม้คนที่กำลังวิ่งตามมานั้นจะเป็นถึงแชมเปี้ยนผู้ยิ่งใหญ่ก็ตาม

อย่างที่ห้าคือตัดไม้ข่มนาม มันคือการทำลายสถิติของแมนเชสเตอร์ ซิตี้โดยตรง ทุบสิ่งที่แชมป์เก่าและเต็งหนึ่งแชมป์พรีเมียร์ลีกที่น่าจะเป็นคู่แข่งแย่งแชมป์กันอีกครั้งในฤดูกาลนี้สร้างเอาไว้โดยตรง เป็นการท้าทายว่าข้าโค่นเอ็งลงมาก่อนแล้วในยกแรก

กำไรแล้ว2แต้ม

อย่างที่หกคือประกาศให้รู้ว่าพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้คือรายการที่ลิเวอร์พูลเน้นที่สุด โฟกัสชัดเจน จะเอาให้ได้ เมื่อประกอบกับการคว้าแชมป์ลีกอย่างอิ่มเอมของแมนฯ ซิตี้ใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาแต่ยังไม่เคยเป็นแชมป์ยุโรปได้สักที บวกกับการผลัดกันสะดุดล้มของทีมอื่นในกลุ่มท็อปซิกซ์ แรงปรารถนาในการคว้าแชมป์ลีกของลิเวอร์พูลจึงรุนแรงที่สุด

แน่นอนครับ ในมุมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้และทีมอื่นๆ ย่อมต้องทำในสิ่งที่ควรทำที่สุด นั่นคือพยายามเก็บชัยชนะต่อไปให้ได้เรื่อยๆ แล้วรอโอกาสที่ลิเวอร์พูลพลาด การขับเคี่ยวกันในลีกเป็นลักษณะนี้เสมอ มันไม่ใช่ว่าใครจะเก่งกว่ากัน แต่มันคือใครจะพลาดน้อยกว่ากัน

เรามองเกมลีกแค่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนเดียวหรือสองเดือนสามเดือนไม่ได้ หากต้องมองภาพกว้างตลอด 10 เดือน มีเกมให้เตะ 38 นัด บางครั้งคุณเป็นจ่าฝูงมาตลอด 37 เกมแต่ถูกแซงในเกมสุดท้ายก็ได้เป็นแค่พระรอง

เวลานี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังพาลิเวอร์พูลเดินหน้าอย่างหนักแน่นด้วยอาวุธหลากหลาย ในเกมเยือนเชลซีเมื่อคืนวันอาทิตย์ สามประสาน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซาดิโอ มาเน่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ มีเกมที่เงียบที่สุดเกมหนึ่งนับตั้งแต่เล่นร่วมกันมา แต่พวกเขาได้ 2 ประตูสำคัญจากลูกตั้งเตะ

คล็อปป์เน้นลูกเซ็ตพีซกับทีมมาตลอด ปรับแต่งให้แข็งแรงขึ้นไม่หยุดยั้งทั้งในเกมรับและเกมรุก จากที่เคยปั่นป่วนเสมอยามเจอลูกเซ็ตพีซลิเวอร์พูลในเวลานี้ไม่เพียงเป็นหนึ่งในทีมที่ตั้งรับลูกนิ่งได้ยอดเยี่ยมที่สุดของลีกเท่านั้น หากยังมีลูกตั้งเตะเป็นอาวุธอันตรายที่สุดอีกต่างหาก

กำไรแล้ว2แต้ม

ฤดูกาลที่แล้วลิเวอร์พูลได้ประตูจากลูกเซ็ตพีซ 20 ลูก นำโด่งเป็นอันดับหนึ่งทิ้งสเปอร์สอันดับสอง 4 ประตู ทิ้งอาร์เซน่อล 7 ประตู ทิ้งแมนฯ ยูไนเต็ด 8 ประตู มากกว่าแมนฯ ซิตี้ 9 ประตู มากกว่าเชลซีเท่าตัว

ฤดูกาลที่แล้วหงส์แดงยังเสียประตูจากลูกเซ็ตพีซแค่ 8 ลูกเท่านั้น เป็นอันดับสองของลีกรองจากเลสเตอร์ ซิตี้แค่ประตูเดียว แต่เชลซีเสีย 15 ประตูจากลูกตั้งเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด เสีย 12 ประตู อาร์เซน่อล 10 แมนฯ ซิตี้ กับ สเปอร์ส ทีมละ 9

เข้าสู่ฤดูกาลนี้ผ่านไป 6 เกมลิเวอร์พูลยังไม่เสียประตูจากลูกเซ็ตพีซเลย ขณะที่ เชลซี แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้ โดนไปแล้วทีมละ 3 อาร์เซน่อล 1

สองประตูที่ทำได้ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ เพิ่มสถิติประตูจากเซ็ตพีซในฤดูกาลนี้เป็น 4 ลูก น้อยกว่าบอร์นมัธที่ยิงไป 5 ประตูแค่ทีมเดียว

หยุดเกมโอเพ่นเพลย์ที่ไหลลื่นดุดันของลิเวอร์พูลได้ คุณก็ยังอาจจะถูกลูกตั้งเตะของพวกเขาเล่นงานอยู่ดี

ดูจากรายละเอียดของเกม ฤดูกาลนี้ว่ากันตามตรงยังไม่มีเกมไหนที่ลิเวอร์พูลเล่นดีเป็นพระเอกตลอด 90 นาทีเลย หลายเกมดีแค่ครึ่งเดียว บางเกมดีสักหนึ่งชั่วโมง เกมล่าสุดก็ใช่ว่าจะเหนือกว่าเชลซีเจ้าถิ่นเพียงแต่จังหวะเฉียบคมจบได้เฉียบขาดกว่า

กำไรแล้ว2แต้ม

ซาลาห์เขี่ยเปลี่ยนจุดให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ตะบัน 1-0

เทรนท์เขี่ยเปลี่ยนจุดให้ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน โยนให้ฟีร์มีโน่โขกประตู 2-0

เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังพาลิเวอร์พูลเดินหน้าอย่างหนักแน่นด้วยอาวุธหลากหลาย มันดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ

สถิติชนะรวดด้วยการยิงมากกว่าหนึ่งประตู 15 เกมติดต่อกันเผยให้เห็นภาพความเขี้ยวในการล่าตาข่ายของพวกเขา จะดีจะแย่อย่างไรลิเวอร์พูลต้องมีประตู ไม่โดยทางใดก็ทางหนึ่ง

เหมือนเครื่องจักรที่ผลิตประตูต่อเนื่อง เครื่องกำลังร้อนได้ที่และยังทำงานต่อไปไม่หยุด

ฤดูกาลที่แล้วลิเวอร์พูลก็ออกสตาร์ตด้วยสถิติชนะรวด 6 เกมแรกเช่นกัน เวสต์แฮม คริสตัล พาเลซ ไบรท์ตัน เลสเตอร์ สเปอร์ส และ เซาธ์แฮมป์ตัน

เสียสถิติในเกมที่ 7 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ยิงเสียบสามเหลี่ยมช่วยชีวิตท้ายเกม ต่อด้วยเกมเสมอแมนฯ ซิตี้แบบเกือบแพ้คาแอนฟิลด์

ฤดูกาลนี้ นอริช เซาธ์แฮมป์ตัน อาร์เซน่อล เบิร์นลี่ย์ นิวคาสเซิ่ล และล่าสุดเชลซี คือทีมที่หงส์แดงผ่านมาได้ทั้งหมดด้วยการเก็บ 3 คะแนน

เกมที่ 7 จะไปเยือนเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แน่นอนว่าประมาททีมดาบคู่ไม่ได้หรอกครับ แต่ผมเชื่อว่าเดอะค็อปมั่นใจ นักเตะมั่นใจ คล็อปป์มั่นใจ

ถ้าจะทำลายสถิติชนะรวด 18 นัดในลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลิเวอร์พูลต้องชนะอีก 4 เกมนับจากนี้

นับเฉพาะเกมลีก ถัดจากไปเยือนเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (นัดที่ 16) แล้ว ลิเวอร์พูลจะกลับมารับมือเลสเตอร์ ซิตี้ (นัดที่ 17) ต่อด้วยศึกแดงเดือดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด (นัดที่ 18) และเจอสเปอร์สที่แอนฟิลด์ (นัดที่ 19)

ไม่ง่ายที่จะลบสถิติของทีมเรือใบสีฟ้า โดยเฉพาะเกมเยือนแมนฯ ยูไนเต็ดที่มีโอกาสทาบสถิติ 18 นัดนั้น เมื่อฤดูกาลก่อนนี่คือ 1 ใน 8 เกมที่ลิเวอร์พูลเสียแต้ม..

เสมอเชลซี (เยือน) เสมอแมนฯ ซิตี้ (เหย้า) เสมออาร์เซน่อล (เยือน) แพ้แมนฯ ซิตี้ (เยือน) เสมอเลสเตอร์ (เหย้า) เสมอเวสต์แฮม (เยือน) เสมอแมนฯ ยูไนเต็ด (เยือน) เสมอเอฟเวอร์ตัน (เยือน)

ไม่ง่ายแน่นอน

กระนั้นใน 8 เกมที่ว่า ฤดูกาลนี้คล็อปป์และลูกทีมลบทิ้งไปได้แล้ว 1 เกมคือเกมเมื่อคืนที่บุกชนะเชลซี

นับจากฤดูกาลก่อน หงส์แดงกำไรแล้ว 2 แต้มนะครับ แม้จะมี 18 คะแนนในมือเท่ากันก็ตาม..